แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตุลาคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตุลาคม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สัตว์เพเหระ ตอน แมลงปอ โดย แมลงปอภูเขา

แมลงปอ บางคนเรียกแมงปอ คนเหนือเรียก กำบี้ แมลงอันสุดแสนโรแมนติก งดงาม และน่าอัศจรรย์ เรื่องราวของมันเริ่มมาก่อนกำเนิดมนุษย์เสียอีก ย้อนผ่านยุคไดโนเสาร์ จนไปถึงยุคก่อกำเนิดสัตว์บกยุคแรกๆ เมื่อประมาณ 280 ล้านปีก่อน กาลครั้งนั้นนานมาแล้ว มันมีขนาดใหญ่มาก มากขนาดที่ปีกข้างนึงยาวถึง 75 เซนติเมตร แล้วถ้า 2 ข้างหล่ะ (กรุณาอย่าปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง มิฉะนั้นจะถูกกินได้) แต่ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน ขนาดของมันก็เล็กลงเรื่อยๆ ปัจจุบันปีกข้างหนึ่งยาวไม่เกิน 9 เซนติเมตรเท่านั้นเอง




แมลงปอมีสีสันสวยงาม แดงบ้าง เหลืองบ้าง เขียวสะท้อนแสงก็มี หลากหลายสีสัน เพียงแค่นั่งลงตรงริมน้ำ เราก็จะพบความงดงามเหล่านั้นอยู่รอบตัวเรา บางคนว่าแมลงปอบ่งบอกคุณภาพน้ำได้ ถาม:จริงหรือ? ตอบ: จริงครับ เราสามารถบอกได้คร่าวๆ ถ้าเราพบแมลงปอในแหล่งน้ำ ก็แสดงว่าน้ำนั้นยังใช้ได้อยู่ แต่แหล่งน้ำไหนไม่มีแมลงปอ ก็แสดงว่าน้ำท่าจะแย่เสียแล้ว เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะลูกๆของมันอาศัยอยู่ในน้ำนั่นเอง ถ้าน้ำเสีย หรือมีสารพิษเจอปนมากๆ ตัวอ่อนแมลงปอเหล่านั้นก็จะตาย ภาคเหนือเรียกตัวอ่อนแมลงปอว่า “แมงอีนิ่ว” ครับ แมงอีนิ่วจะลอกคราบหลายครั้งเพื่อเพิ่มขนาด จนพร้อมก็จะปีนขึ้นมาเหนือน้ำ และลอกคราบเป็นแมลงปอตัวเต็มวัย บินไปบินมาให้เราเห็นกัน
และสุดยอดแมลงนักรัก ก็แสดงท่วงท่าการจีบกัน เริ่มจากตัวผู้จะหาแหล่งน้ำเหมาะๆ บินไปบินมาสำรวจพื้นที่ “ที่ของฉันตัวอื่นอย่าแหยม” จากนั้นก็รอ รอ และก็รอ ก็นัดไว้ที่ริมน้ำนี่(ตามสัญชาติญาณ) เมื่อตัวเมียมาตามนัด ตัวผู้ก็จะแสดงตัวให้ตัวเมียเห็น บางตัวอาจจะอวดสีสันบนปีก ขา หรือที่อื่นๆ ให้ตัวเมียเห็น จากนั้นก็ใช้ปลายก้นที่เป็นตะขอ จับคอตัวเมียซะเลย หากตัวเมียยินยอมพร้อมใจเมื่อไหร่ ก็จะงอก้นมารับถุงน้ำเชื้อที่โคนท้องของตัวผู้ เหตุการณ์ทั้งหมดอาจเกิดขึ้นขณะบิน ฉากสุดท้ายนี้เองที่เราจะเห็นแมลงปอเป็นรูปหัวใจ หัวใจลอยไปก็ลอยมาในอากาศ เรื่องราวยังดำเนินต่อไป ทั้งคู่พากันไปวางไข่ในน้ำ ...สานต่อเรื่องราวอันสุดแสนโรแมนติกต่อไป

พบกันใหม่เดือนหน้าครับ....เขียนโดย แมลงปอภูเขา


วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

1+1 = 0 ตอน "บทเพลงของ 'หล่อน' และชีวิตต้องคำสาป" โดย อิซาเบล

จู่ๆ ก็นิ่งนึก..ชีวิตว่างเปล่านี้กำลังพาเราไปไหน ปลายทางนั้นสุดทางที่ใด และเรายังต้องเดินอีกไกลเท่าไหร่..หมิ่นเหม่ลักลั่นกับชีวิต จนถึงกับต้องเอามือแนบอกและทุบเบาๆ เพื่อสำรวจดูว่าหัวใจมันยังวางอยู่ในที่ที่มันเคยอยู่ไหม

ฉันพบตัวเองในห้อง ไม่ได้ออกไปเจอแดด เจอลม เจอฝนมากว่าสองสัปดาห์แล้ว ความเบื่อหน่ายกักขังไม่ให้ฉันได้ออกไปไหน ฉันสังเคราะห์ชีวิตด้วยการนั่งหน้าจอดูคอนเสิร์ต และฝันลมๆแล้งๆว่าน่าจะมีใครสักคนเอาปืนมาระเบิดสมองฉันที เผื่อว่าชีวิตจะมีอะไรตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง

กลับไปค้น DVD คอนเสิร์ตเก่าๆมาดู

ประหลาดนัก เมื่อเราทำชีวิตตกหลุมอากาศ ทำไมถึงชอบฟังท่วงทำนองหม่นๆ

:: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: ::

ฉันชอบท่วงท่าของ Yoshiki Hayashi ที่ไม่ได้เล่นบท drummer ของ x Japan แต่เป็น Yoshiki ในคอนเสิร์ต Shiroi Yoru ที่ Tokyo dome ปี 1994 (นานโขอยู่นะ) เมื่อหล่อนปรากฏตัวออมาในชุดขาว ฉันเห็นอิสรภาพบางอย่างในท่วงท่าของ ‘หล่อน’ ฉันเห็นความงามของมนุษย์คนหนึ่ง อิริยาบถบางห้วงดูวิปลาสและคุ้มคลั่งในแสงแดงสลัว ฉันคิดว่าคงไม่มีใครแสดงออกเช่นนั้นได้งดงามและแนบเนียนเท่า

คืนนั้นฉันชอบ Amethyst และรักหล่อนขึ้นมาจับใจ (เป็นครั้งที่ร้อยเห็นจะได้ที่ฉันหลงรักหล่อน)

หน้าเปียโน Kawai Yoshiki ช่างสวยประหลาด ยิ่งตอนที่ ‘หล่อน’ พรมนิ้วสัมผัสลงบนคีย์สีขาวดำนั้นและเมื่อประสานเข้ากับเสียงกรีดร้องของไวโอลิน สุ้มเสียงที่ก้องสะท้อนออกมาเรียกได้ว่าแทบจะรีดเลือด

ท่วงทำนองแบบนี้เอง ทำให้ฉันทึกทักเอาว่า เราทุกคนล้วนต้องคำสาปให้มีชีวิต จะเป็นชีวิตที่ดีหรือชั่ว อย่างไรเสียเราก็ต้องใช้มัน และมีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่ถอนคำสาปนั้นได้

:: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: ::

มีคำสาปหนึ่งที่ฉันจะบอก...คุณคงไม่รู้สิว่าพวกคุณมีชีวิตนิรันดร์

คุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะกลับไปฟังเพลงเดิมเพลงนั้นอีก เพลงที่คุณชอบมัน

เมื่อเข็มนาฬิกาดีดตัวเดินถอยหลัง เวลาหมุนทวนกลับ โลกจะซ้ำรอยเดิม เที่ยงแท้ ไม่มีจุดจบ

แต่คุณคงจำไม่ได้หรอกว่ามีชั่วขณะหนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชั่วขณะที่คุณและคู่รักเปลือยกายต่อหน้ากัน ความเขินอายครั้งแรก ความลับระหว่างกัน คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณจะได้สัมผัสความลับนั้นอีกเมื่อใด สัมผัสนั้นมันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ซ้ำๆ เหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้ว ในรูปรอยเดิมไม่ผิดเพี้ยน

คุณมองดูหน้าปัดนาฬิกาของคุณสิ มันเดินเป็นวงกลม เวลามันวนเวียนอยู่เช่นนั้น ชั่วขณะหนึ่งที่คุณรู้สึกเศร้า ชั่วขณะแห่งการเลิกรา ระหว่างความเป็นเพื่อน หรือการเป็นคู่รัก การแตกออกของบางสิ่ง วาจาร้าวราน คำปฏิเสธ คำโกหก หรือทุกคำสัญญาที่ไม่เคยเป็นสัญญา ชั่วขณะนั้น มันเกิดซ้ำอย่างแน่นอน

และเพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับล้านครั้งก่อนหน้า ในทุกความคลุมเครือ ในทุกความฝัน ในความไร้ค่า มันเกิดขึ้นในหลุมบ่อของกาลเวลา ซึ่งวนเวียนชั่วกัปชั่วกัลป์

เราต่างเป็นผู้ต้องคำสาป แค่จักรวาลเอี้ยวตัวกลับหลังเพียงนิด เราก็ถูกเหวี่ยงซัดสู่อดีต คุณจะมองเห็นร่องรอยบางอย่าง กระซิบเสียงของความเจ็บปวดที่แว่วดัง บางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เราตัวตนของเราเสียศูนย์ ราวกับว่าถูกกาลเวลาแห่งอนาคตเนรเทศเฉดหัวออกมาอย่างไม่ใยดี

:: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: :: ::

ฉันอยู่ในภาวะซึมเซาอยู่หลายวันทีเดียว อาการหมกมุ่นอยู่กับความเบื่อที่ไม่อาจกำจัดออกของฉัน ทำให้หลายคนแนะนำขำๆ ว่าให้ฉันไปเข้าวัดวิปัสสนา บางคนก็บอกให้ไปนุ่งขาวห่มขาว

ไม่หรอก..ฉันชอบทางโลกีย์ ชอบชีวิตแบบสุกๆดิบๆ ชอบกามารมณ์ ชอบให้ชีวิตสับสน ชอบความไม่ราบเรียบ

ชอบที่จะทำดีและทำชั่วแบบไม่กระมิดกระเมี้ยน ชอบที่จะให้มีบาปติดตัวเอาไว้บ้าง (กลัวว่าถ้าได้เกิดชาติหน้าชีวิตจะดีพร้อมและสะอาดเกินไป) ฉันพบว่าฉันไม่รักสงบเท่าไหร่ เมื่อเห็นคนบางจำพวกก็รู้สึกขลาดแขยง คนที่พึ่งพาวัดด้วยความเห็นแก่ตัวและขี้ขลาด ตอนมีสุขชีวิตสงบก็เอาแต่ถือสากคอยทิ่มตำชีวิตคนอื่น พอเป็นทุกข์ก็ไปถือศีลวิปัสสนาเอาสงบเข้าตัว

อันที่จริงฉันไม่ชอบความสุขนัก รู้สึกว่ามันจอมปลอม และถ้าเสพสุขมากเข้ามันจะออกฤทธิ์ ทำให้เมาชีวิต จนลืมความจริงบางอย่าง

ฉันชอบความทุกข์ แม้มันจะดูหม่นหมองไปหน่อย แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่จับต้องได้ ตอนนี้ฉันเป็นทุกข์เพราะเบื่อตัวเอง ว่าแล้วก็กลับไปดูคอนเสิร์ตต่อดีกว่า




Creative Commons License
บทเพลงของ 'หล่อน' และชีวิตต้องคำสาป โดย อิซาเบล อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ช่างฟ้อนล้านนา ตอนแม่ครูฟ้อนผู้สร้างเอกลักษณ์การฟ้อนเชียงราย โดย อ้ายป๊ะ

ช่างฟ้อนเชียงราย

ตอน แม่ครูฟ้อนผู้สร้างเอกลักษณ์การฟ้อนเชียงราย

ช่างฟ้อน เป็นการเรียกบุคคลที่มีความสามารถในการฟ้อนรำของภาคเหนือ เรียกได้ทั้งหญิงและชาย ผู้หญิงจะมีความสามารถในการฟ้อนอันอ่อนช้อยสวยงาม เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนลาวแพน ฟ้อนยวนรำพัด เป็นต้น ส่วนผู้ชายจะนิยมฟ้อนที่มีความเข้มแข็งแต่สวยงาม เช่น ฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบ ฟ้อนหอก เป็นต้น จังหวัดเชียงรายมีศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีความสวยงามและอ่อนช้อยตามแบบฉบับการแสดงพื้นบ้าน โดยในแต่ละอำเภอก็มีความแตกต่างทางด้านลีลา และชื่อท่าฟ้อนในแต่ละแบบ แต่มีความคล้ายคลึงและใกล้เคียงกันอย่างมาก เช่น การฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม เป็นต้น ฟ้อนสาวไหม เป็นฟ้อนที่ยังคงมีความนิยมกันอย่างมากในบรรดาการฟ้อนทั้งหมดของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะการฟ้อนสาวไหมในงานปอยหลวง งานกฐิน ซึ่งช่างฟ้อนแต่ละคนจะฟ้อนไม่เหมือนกันแล้วแต่การได้รับการถ่ายทอดจากครูผู้สอน แต่ความเป็นต้นแบบของการฟ้อนสาวไหมของเชียงรายยังคงอยู่ และได้ถ่ายทอดให้กับเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น โดยการถ่ายทอดและเผยแพร่โดยแม่ครูบัวเรียว (สุภาวสิทธิ์) รัตนมณีภรณ์

แม่ครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ นอกจากจะมีความเชี่ยวชาญทางด้านการฟ้อนสาวไหม อย่างหาที่เปรียบเทียบไม่ได้แล้ว ยังมีความสามารถทางการฟ้อนล้านนาอย่างอื่นอีกมากมาย เช่น การ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสร้อยแสงแดง ฟ้อนยวนรำพัด ฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้ทำการประดิษฐ์ท่าฟ้อนใหม่ๆให้กับเยาวชน และกลุ่มแม่บ้านเพื่อง่ายต่อการฟ้อน แต่ยังคงความสวยงามตามแบบล้านนาไว้ด้วย เช่น ฟ้อนแม่หญิงล้านนา ฟ้อนสาวไหมผู้สูงอายุ เป็นต้น การฟ้อนต่างๆ ของแม่ครูบังเรียวนั้น มีความเป็นเอกลักษณ์ของช่างฟ้อนที่สวยงาม นุ่มนวล ขณะที่ทำการแสดงทุกครั้งใบหน้าจะมีความสุขอย่างเห็นได้ชัดเจน จากประสบการณ์การฟ้อนและการสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาของแม่ครูบัวเรียวกว่า 50 ปี จึงได้รับการยอมรับจากสังคม สถาบันการศึกษา และบันดาลูกศิษย์ทั้งหลายให้เป็น “แม่ครู” ของชาวล้านนา ซึ่งผลงานปรากฏอย่างเด่นชัดและขอยกตัวอย่างดังนี้

การเป็นวิทยากรสอนฟ้อนตามกลุ่ม/สถาบันต่างๆ พอสังเขป

พ.ศ.2506 - ปัจจุบัน วิทยากรสอนฟ้อนให้กับชุมชน ช่างฟ้อนตามหัววัดต่างๆ รวมถึงกลุ่มเยาวชน
ของจังหวัดเชียงราย

พ.ศ. 2517 - ปัจจุบัน วิทยากรพิเศษสอนฟ้อนสาวไหม ชมรมพื้นบ้านล้านนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. 2542 - ปัจจุบัน วิทยากรพิเศษ ฟ้อนสาวไหมและฟ้อนพื้นบ้านล้านนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน วิทยากรสอนฟ้อนสาวไหมและฟ้อนพื้นบ้านล้านนาชมรมสืบสานล้านนา
มหาวิทยาลัยนเรศวร

พ.ศ. 2546 วิทยากรสอนฟ้อนพื้นบ้านล้านนา วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่

พ.ศ. 2542 - 2549 วิทยากรสอนฟ้อนสาวไหม สถาบันราชภัฏเชียงราย

พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน วิทยากรสอนฟ้อนพื้นบ้านล้านนา โรงเรียนเมืองเชียงราย

พ.ศ. 2542 -2543 วิทยากรสอนฟ้อนพื้นบ้านล้านนา โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม

พ.ศ. 2542 วิทยากรสอนฟ้อนพื้นบ้านล้านนา โรงเรียนสันโค้งเชียงรายจรูญราษฎร์

พ.ศ. 2542 วิทยากรสอนฟ้อนกลุ่มครูนาฏศิลป์เชียงราย

พ.ศ. 2549 ถ่ายทอดการฟ้อนสาวไหม แก่ อาจารย์ศุภมงคล หวังในธรรมและอาจารย์
มธุรส ไอยรารัตน์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

พ.ศ. 2550 วิทยากรโครงการ “ละอ่อนเจียงฮายสืบสานศิลปวัฒนธรรม”

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับโรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม

พ.ศ. 2550 วิทยากรในการฝึกอบรมหลักสูตร ศิลปะการแสดงฟ้อนเล็บ รุ่นที่ 1 เทศบาล
นครเชียงราย

พ.ศ. 2551 วิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านอนุรักษ์วัฒนธรรม พื้นบ้านล้านนา (ฟ้อนเล็บ)

พ.ศ. 2551 วิทยากรสอนฟ้อนสาวไหมแก่นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่

พ.ศ. 2551 วิทยากรสอนฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง และฟ้อนสาวไหม แก่นักศึกษาชมรมดนตรี
ไทย- พื้นเมือง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

พ.ศ. 2551 วิทยากรฝึกอบรม โครงการอบรมทักษะศิลปการแสดงพื้นบ้านล้านนา คณะ
มนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย

พ.ศ. 2552 วิทยากรสอนฟ้อนสาวไหม แก่นักศึกษาชมรมพื้นบ้านล้านนา
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ

  • ปี พ.ศ. 2510 รับโล่เกียรติคุณด้านการฟ้อนสาวไหม จากคณะกรรมการบัณฑิต เนื่องในงานร่วมฉลองรับปริญญาคณะมนุษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ปี พ.ศ. 2511 ได้รับเกียรติบัตรจากสโมสรโรตารี่ เนื่องในงานของสโมสรโรตารี่จังหวัดเชียงใหม่
  • ปี พ.ศ. 2526 ได้รับโล่เกียรติคุณจาก ฯพณฯ พลเอกประจวบ สุนทรางกูร รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ในฐานะผู้สร้างสรรค์สื่อชาวบ้านดีเด่น (ฟ้อนสาวไหม)
  • ปี พ.ศ. 2537 ได้รับประกาศเกียรติคุณจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะเป็น “แม่ครู” ของชมรมพื้นบ้านล้านนา
  • ปี พ.ศ. 2542 ได้รับโล่เกียรติคุณเป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดเชียงราย สาขาศิลปะการแสดง ฟ้อนสาวไหม จากคณะกรรมการเลขาธิการ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • ปี พ.ศ. 2543 ได้รับโล่เกียรติคุณ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เป็นผู้มีจิตกุศลและสนับสนุนช่วยเหลือฝึกสอนการฟ้อนรำโครงการกลุ่มสตรีวัยทอง
  • ปี พ.ศ. 2544 ได้รับประกาศนียบัตร ในการสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
  • ปี พ.ศ. 2546 ได้รับเกียรติบัตรจาก วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ในการถ่ายทอดการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ (ฟ้อนสาวไหมต้นฉบับ)
  • ปี พ.ศ. 2546 ได้รับเกียรติบัตร ในฐานะเป็นกรรมการ มหกรรมการประกวดดนตรีพื้นบ้าน สะล้อ ซอ ซึง เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ
  • ปี พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ศิลปศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ นาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
  • ปี พ.ศ. 2550 ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ตามโครงการพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สาขาศิลปการแสดงพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • ปี พ.ศ. 2551 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทำคุณประโยชน์สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช 2549 - 2551




Creative Commons License
แม่ครูฟ้อนผู้สร้างเอกลักษณ์การฟ้อนเชียงราย โดย อ้ายป๊ะ อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

ฉันจะเดินทางด้วยเรือลำนี้ ตอน การเดินทางของกล้วย โดย พลวัฒ

การเดินทางของกล้วย

“ถ้าเราเชื่อว่าจักรวาลเป็นรูปทรงกลม จุดเริ่มต้นของการเดินทางคือจุดที่ไกลที่สุด”

ในฐานะที่มีอาชีพที่ต้องสร้างและค้นคิด แนวคิดใหม่ๆและค้นหาประเด็นทางสังคมใหม่ๆมาตลอด ได้มีความพยายามเดินทางไปให้สุดพรมแดนความรู้แต่ขณะนี้ก็พบว่าพรมแดนนั้นอยู่ที่ตัวเราเอง

มีเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่กล่าวมาแล้ว จากที่กลายเป็นคนพลัดถิ่นมาอยู่เชียงราย มีความพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมใหม่ในฐานะสมาชิกใหม่ ที่มาสร้างบ้านในหมู่บ้าน “ป่าอ้อ”

เพื่อนบ้านคนแรกนั้น ถ้าไม่นับช่างปั้นถ้วยชามที่ดอยดินแดงแล้ว “อุ้ยปัน” เป็นเพื่อนบ้านคนแรกที่มาด้อมๆมองๆในขณะที่กำลังถมที่ดินจนสร้างบ้านเสร็จและบ้านนี้ได้ต้อนรับอุ้ยปันได้ 24ชั่วโมง (รวมถึงหมาของอุ้ยด้วย)

อุ้ยปัน ในฐานะเพื่อนบ้านแบบญาติผู้ใหญ่ มีอะไรก็คิดถึงและแบ่งปันกันเสมอ รองเท้าที่เก่าของอุ้ยเราก็หาของใหม่มาให้ แต่ก็ไม่ใส่เพราะว่ากลัวใส่ไปบ้านงาน(หมายถึงบ้านที่จัดงานต่างๆ) แล้วจะมีคนหยิบผิดไปแล้วจะเสียของ เลยไม่ได้ใช้จนบัดนี้

วันหนึ่งได้เข้าไปในสวนของอุ้ยและพบว่า มีต้นกล้วยแต่ไม่มีลูกเลย เพราะในใจกำลังคิดจะปลุกกล้วยไว้บ้างเพื่อจะได้เป็นต้นไม้สามัญประจำบ้านเผื่อว่าอุ้ยจะมีหน่อกล้วย เลยคิดว่ากล้วยของอุ้ยไม่มีลูก “ปลูกเล่นบ่าดาย”

เย็นวันนั้นได้ออกจากบ้านไปทำธุระในเมืองแล้วกลับมาบ้านตอนเย็นผ่านร้านค้าในหมู่บ้านซึ่งเรียกว่า “ร้านขัว” (ตั้งเอง และหลังจากนั้นอีกนานพบว่าชื่อร้านน้องอร) เนื่องจากเป็นร้านที่ใกล้สะพาน เพื่อชื้ออาหารสดต่างๆและพบว่ามีกล้วยน้ำว้า หลายหวีวางอยู่ ด้วยความที่ต้องการให้เพื่อนบ้านมีสุขภาพดี ก็เลยซื้อกล้วยมาสองหวีเพื่อจะแบ่งให้อุ้ยปัน หนึ่งหวี

ยังไม่เข้าบ้านในทันที่ และขับรถเลยไปบ้านอุ้ยปันทั้งที่ใกล้บ้านนิดเดียว (ด้วยความเคยชิน) เพื่อส่งกล้วยให้อุ้ยในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี

แต่เมื่ออุ้ยเห็นกล้วยแล้วก็ยิ้มและบอกว่า

“ซื้อจากขัวใช่ก่อ”

เราก็ตอบว่าใช่

อุ้ยปันตอบว่า “ชื้อมาเต้าได”

เราตอบว่า “หวีละ 5 บาท” (หวีขนาดนี้ ที่กรุงเทพฯนั้นหวีละ20ขึ้นไป)

อุ้ยปัน “เปิ้นเอากำไฮ 2 บาท”

เราถามว่า “อุ้ยรู้ได้จะได”

อุ้ยตอบว่า “ของเฮาเอง.... กล้วยของเฮาปิกมาโว้ย (เร็ว) ขนาด”

จึงพบว่ามีความจริงมากมายที่เรายังไม่ค้นพบอีกมาก ในหมู่บ้านและคนใกล้ๆตัว อย่าพยายามที่จะเดินทางค้นหาพรมแดนเหล่านั้น เพราะมันไม่อยู่ไกลๆอย่างที่เคยเข้าใจ พยายามเข้าใจเรื่องใกล้ตัวเพราะยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ อีกมาก การเดินทางของกล้วยนี้เองทำให้เราเชื่อว่าจักรวาล นั้นเป็นรูปทรงกลม จุดเริ่มต้น คือจุดสิ้นสุด และไกลที่สุด ในหมู่บ้านเราเอง



Creative Commons License การเดินทางของกล้วย โดย พลวัฒ อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

blooming โดย ละมุน

นิตติ้ง

ด้ายแต่ละเส้นที่คล้อง

แต่ละห่วงที่ถัก

ถักทอให้หัวใจเข้มแข็ง


Creative Commons License นิตติ้ง โดย ละมุน อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"...ที่ยอดเสา ยังมีดาวให้มอง..." โดย ศรีเจริญรัฐ

ตอนที่ 1 ...มองดาวคู่ เหนือสะพานแห่งโลก หัวใจจักรวาล (1)...

...เมื่อราวสามสัปดาห์ที่แล้ว ผมตอบรับเทียบเชิญจาก Starry Night Society ให้มาร่วมงานในนิตยสารออนไลน์ฉบับลำลอง แม้โจทย์ที่ได้รับนั้นออกจะยากอยู่สักหน่อย คือ "... คอลัมนิสต์ของเราหลายท่านเขียนเรื่องเกี่ยวกับดาวค่ะ ลองคิดดูนะคะว่าอยากเขียนเรื่องอะไร...คุณคนนั้นเขียนเรื่องนี่ คุณคนนี้เขียนเรื่องนู้น ฯลฯ..."


...
ผมใช้เวลาอยู่สี่ถึงห้าวันจึงปลงใจว่าจะเขียนเรื่องของดาวเหมือนกัน แต่เป็นดาวที่ปรากฏอยู่ในผืนธงชาติของประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งมันบอกอะไรกับเราเกี่ยวกับความหวัง ความฝัน และข้อวิตกของผู้ออกแบบได้มากมายทีเดียว ซึ่งก็จะขอหยิบยกเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในดวงดาวประจำชาตินั้นๆ มาเล่าสู่กันฟัง


…
โจทย์ข้อถัดมาก็คือ ดาวประจำชาติดวงใดเล่าจะเป็นดวงแรกหรือกลุ่มแรกที่น่าพูดถึง เพราะอะไรที่มาครั้งแรก ควรจะต้องเป็นสิ่งที่น่าสนใจในขณะที่คนอื่นๆ ไม่สนใจ หรือมองไม่เห็น ก็มาได้คิดว่า กระแสสมานฉันท์ และอารมณ์โหยหาความร่วมมือชนิดประสานแก้วแตกให้เป็นแก้วใหม่ยังกรุ่นๆ ไม่จางไปจากบ้านนี้เมืองนี้ ก็เลยไปหาธงของประเทศที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งขนาดใหญ่ ก็ยังอุตส่าห์พบว่ามีหลายประเทศอีก สุดท้ายก็เลือกประเทศที่มีความพิเศษเพิ่มขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


...เลยมาลงท้ายที่สาธารณรัฐปานามา...

...ทำไมเล่า?...

... ประเทศนี้ถูกเรียกว่าเป็นสะพานเชื่อมโลกและหัวใจแห่งจักรวาล ตามภาษาไพรัชประเทศ พร่ำได้ว่า "Puente del Mundo, Corazón del Universo" กล่าวคือ ด้วยสภาพภูมิประเทศ ที่เป็นคอคอดระหว่างอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ เป็นเส้นบางๆ ที่กางกั้นระหว่างสองมหาสมุทร คือมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรแอตแลนติก นำไปสู่ความพยายามสร้าง "สะพาน" เชื่อมมหาสมุทรทั้งสองเข้าด้วยกัน (อย่างช้าที่สุดก็เมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อน) ในนามของ คลองปานามา ซึ่งเป็นลำคลองข้ามภูเขาอันประกอบไปด้วยประตูน้ำต่างระดับขนาดใหญ่หลายระยะ ที่นำพาเรือสินค้าและนำเที่ยวลำแล้วลำเล่าจากฝั่งแปซิฟิก ข้ามไปยังฝั่งทะเลแคริบเบียน ในมหาสมุทรแอตแลนติก สิ้นเงินไปมากโข ทว่าผลที่เกิดนั้นเกินคาด ทุกวันนี้โลกรู้จักปานามาในฐานะที่เป็นสะพานจริงๆ และสะพานที่ว่านี้ก็นำพาเอาความมั่งคั่งมาสู่ประเทศนี้ด้วย


...ในคราวนี้ขอนำภาพธงชาติของปานามามาฝากไว้ให้ดูกันก่อน ไว้มีเวลามากพอ จะนำรายละเอียดและความหมายของดวงดาวที่อยู่บนผืนผ้าแห่งความเป็นชาติ มาเล่าสู่กันฟัง เร็วๆนี้ครับ


ธงชาติสาธารณรัฐปานามา

ที่มา : http://www.nationsonline.org/flags_big/Panama_Flag.html


ปานามาในฐานะที่เป็น "รอยจูบของสองมหาสมุทร" ตามจินตนาการของศิลปิน

ที่มา: http://www.sanfranciscomemories.com/ppie/postcards.html



Creative Commons License
"...ที่ยอดเสา ยังมีดาวให้มอง..." โดย ศรีเจริญรัฐ อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.blogger.com.