โครงการวารสารแสงเล็ก สำหรับชุมชนเบิกบาน...ที่ชื่นชมการมีชีวิต และแบ่งปัน...ความฝัน แรงบันดาลใจ
วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555
นิเวศน์เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงลึก
วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553
"แก่นแท้แห่งธรรมชาติ" โดย เพ็ญ ภัคตะ
ผู้ใดที่ขลาดเขลา แม้เห็นเราเห็นธรรมไม่
คือคำตถาคต ที่งามงดอยู่กลางใจ
ธรรมมีอยู่ทั่วไป เพียงแต่ใครจะใฝ่ธรรม
ธรรมะใช่คัมภีร์ ใช่วาทีแห่งถ้อยคำ
ธรรมคือการกระทำ ที่เที่ยงแท้และแน่นอน
ธรรมะใช่ใบลาน ไว้จารจำเพียงคำสอน
ธรรมคือคุณากร อนรรฆค่าคณานับ
ธรรมคือธรรมชาติ โลกธาตุที่เกิด-ดับ
ล้ำลึกใช่ลึกลับ ทั้งดินน้ำและลมไฟ
ธรรมคือศิลปะ สุนทรียะอันยิ่งใหญ่
โยงธรรมมาหยาดใจ ก็ย้อมจิตด้วยปัญญา
ธรรมคือศาสตร์แห่งศิลป์ และคือศิลป์แห่งศาสตรา
แก่นแท้แห่งธรรมา คือแก่นแท้ของชีวิต
โดย เพ็ญ ภัคตะ
วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
ลมหายใจต้นไม้
หมอกพัดขึ้นภูเขา
ลมหายใจออก
สายฝนพัดกระหน่ำ
ลมหายใจถี่กระชั้น
พายุกำลังมา
ลมหายใจหยุดเคลื่อนไหว
น้ำป่าทำลายเมือง
ใญ่
เดือน สิงหาคม 53
วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ยาพิษ
เธอรู้ดีว่า
เขาดื่มยา
ผสมพิษ
30 นาที
ดาวโลกแห่งนี้
จะไม่มีเขาอยู่
แต่ความหลัง
เกี่ยวกับเขา
คงวนเวียน
สักระยะ...
เขาลุกขึ้น
ยืนพิงประตู
จุดบุหรี่สูบ
หันบอกเธอ
“ 2 - 3 วันนี้
ผมจะหายไป
สักพักนะ ”
เธอหันควับ
ส้อมหล่น
กระทบพื้น
“ หมายความว่าไง
คุณจะไปจากฉัน
ใช่ไหม...”
เธอวางถ้วย
ก้มเก็บส้อม
“ ..เปล่า
เพียงแต่ผม
เกลียดตัวเอง ”
เธอหยุดนิ่ง
ระโรยหายใจ
หยดน้ำตาไหล
ร่วงกระทบส้อม
กระรอกบิน
ถาร่อนบนกิ่งสน
ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง
นกผีกระวีกระวาด
ตามล่าเงาเหยื่อ
“ บางที ผม..
อยากจะหาย
ไปจากโลกนี้
บางที คุณ..
ไร้ความหมาย
สำหรับผม สิ้นดี
รู้ไหม คือ..
ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม
ผมถึงไม่มีความสุข
เวลาที่เรา..
อยู่ด้วยกัน ”
เธอลุก
นั่งฟุบ
บนเก้าอี้
หันหลังให้เขา
นิ้วลูบปลายส้อม
หน้าต่างชั้นบน
ไหวลมตีกระทบ
โครงกรอบที่ผุเก่า
เขาทิ้งบุหรี่
เหม่อเงาทิวสน
หัวใจเต้นช้าลง
แว่วเสียงกระรอก
เล็ดลอดกรงเล็บ
ร่อนชนหน้าต่าง
คอหักร่วงกระทบ
แขวนค้างขอบบน
ของประตู
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ตกแต่ง
อย่างที่สุด
เขาใข้
หอยทาก
กลัดกระดุม
รอบผื่นคอ
ของหล่อน
โลกหมุน
ช้าลง
4 เท่า
เขาคีบ
ตะขาบ
ผ่าครึ่ง
ตกแต่ง
ขนตาบน
ขนตาล่าง
เขาหายใจ
เป็นหล่อน
นานเอาการ
ประมาณ 10 ปี
เขาก้มหรี่ตา
เค้นลิปสติก
พิษคางคก
สีม่วงอมฟ้า
ทาปากหล่อน
สมัยเป็นเด็ก
เขาเคยเขียน
จดหมายรัก
ถึงหล่อน
20 ฉบับ
เขาบรรจง
แปรงผงปีก
อ่อนละมุม
ของผีเสื้อ
บนแก้ม
หล่อน
เท่านี้
ศพหล่อน
ก็สดสวย
ไร้ที่ติ
พร้อม
นำไป
ทำพิธีเผา
... ที่มาจาก อุเทน มหามิตร / เรื่องสั้นสยดแสยะ
วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พายุฤดูร้อนมาเยือนอีกครั้ง
ดอกซอมพอสีแดงเบ่งบาน
ไม่นานกลีบกระจรจายร่วงสู่ดิน
ใญ่ 18 เมษายน 53
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
"บ้านที่ฉันอยู่"
แมวสองตัวที่แม่เอ็นดูเลี้ยงไว้อย่างอ้วน!
มีอันต้องโดนรถชนตายกลางถนนหน้าบ้าน
ถึงแม้ มันผ่านมานานเป็นปีๆ แล้วก็ตาม
ถึงแม้อาหารแมวเม็ดสีช้ำๆ ยังอีกถุงใหญ่
ถึงแม้มีแมวตัวอื่นๆ เวียนมาออดอ้อน
แม่ก็ไม่คิดจะเลี้ยงแมวอีกเลย...
และ ถึงแม้ว่าในแต่ละวันๆ
ทุกครั้งเวลาแม่ปิดร้านข้าว
ทุกอย่างภายในบ้าน
รังแต่จะย้ำให้ยิ่ง..
เงียบเหงาเศร้าหม่น
อุเทน มหามิตร
16 พฤษภาคม 2553
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บทเรียนในการวาดเขียน โดย นิซาร์ กอบบานี
และขอให้วาดรูปนก
ฉันจุ่มพู่กันลงสีเทา
แล้ววาดสี่เหลี่ยมติดลูกกรงและกุญแจ
ความพิศวงเต็มนัยน์ตาเขา
“...มันคุกนี่ พ่อ
ไม่รู้รึ นกวาดยังไง”
ฉันบอกเขา
“ลูกเอ๋ย พ่อขอโทษ
พ่อลืมหน้าตาของนกไปแล้ว”
ลูกชายวางสมุดวาดเขียนตรงหน้าฉัน
และขอให้วาดต้นข้าว
ฉันหยิบปากกา
แล้ววาดปืน
ลูกชายหัวเราะ
เยาะความไม่เป็นประสาของฉัน
“พ่อไม่รู้รึ
ต้นข้าวกับปืนต่างกันยังไง”
ฉันบอกเขา
“ลูกเอ๋ย พ่อเคยรู้จัก
หน้าตาของต้นข้าว
หน้าตาของขนมปัง
หน้าตาของดอกกุหลาบ
แต่ในยามยากนี้
ต้นไม้ในป่าไปเป็นทหาร
และดอกกุหลาบสวมเครื่องแบบทึบทึม
ในยามยากนี้
ต้นข้าวติดอาวุธ
นกติดอาวุธ
วัฒนธรรมติดอาวุธ
ศาสนาติดอาวุธ
ลูกหาซื้อขนมปัง
ที่ไม่พบปืนอยู่ข้างในไม่ได้
ลูกเด็ดดอกกุหลาบในท้องทุ่ง
โดยไม่ถูกหนาวมของมันพุ่งใส่หน้าไม่ได้
ลูกหาซื้อหนังสือ
ที่ไม่ระเบิดนิ้วมือของลูกไม่ได้”
ลูกชายนั่งบนขอบเตียงของฉัน
และขอให้ท่องบทกวี
น้ำตาตกจากดวงตาของฉันลงบนหมอน
ลูกชายแลบลิ้นชิม แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความพิศวง
“มันน้ำตานี่ พ่อ ไม่ใช่บทกวี!”
ฉันบอกเขา
“ลูกเอ๋ย เมื่อลูกโตขึ้น
และอ่านกวีนิพนธ์อาหรับ
แล้วจะพบว่าถ้อยคำกับน้ำตาเป็นฝาแฝดกัน
และบทกวีอาหรับนั้น
เป็นน้ำตาจากการร่ำไห้ของมือที่ขีดเขียน”
ลูกชายวางปากกา กล่องสีถ่านตรงหน้าฉัน
และขอให้วาดบ้านเกิดเมืองนอน
ปากกาสั่นเทาอยู่ในมือของฉัน
และฉันก้มหน้า ร้องไห้
นิซาร์ กอบบานี
*ภูมิช อิสรานนท์ แปลจาก A Lesson in drawing ของ Nizar Qabbani
**คัดจาก หน้า 178-179 คอลัมน์ท่องโลกวรรณกรรม นิตยสารสานแสงอรุณ ปีที่13ฉบับที่ 4 กรกฎาคม-สิงหาคม 2552
ที่มา : http://www.thaipoetsociety.com/index.php?topic=1539.0
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
กฎเหล็กของหญ้าเจ้าชู้
คือ เกาะขากางเกงไม่เลือกหน้า
เนื้อผ้าอาจเป็นอุปสรรคเรื่องชนชั้นหนาบางทางสังคม
แม่งต้องโค่นทลายความเลื่อมล้ำห่าเหวนี้ให้จงได้
แม้บางเวลาการชะเง้อมองหาทุกเวลาร่ำไปนั้น..
มันแสนเจ็บปวดและน้ำเน่า
แต่การห่างเหินจากขากางเกงจะยิ่งทำให้แย่ลงไปอีก
ยิ่งรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างไร้ค่าไร้ความหมายไร้ยางอาย
ถ้าสวรรค์มีตาต้องส่งขากางเกงยาวๆ เดินโฉบมาบ้างสิน่า
จะข้างซ้ายหรือข้างขวา ขาวสะอาดหรือดำสกปรกซกมก
ไอ้คนสวมจะหัวเราะร่วนหรือร้องไห้อาบน้ำตา
มันจะบ้าอับปรีย์ หรือหล่อเทพบุตรฉุดไม่อยู่
ยังไงซะ, ขากางเกงแม่งทุกตัวก็มีค่ามีความหมายเท่าเทียมกัน !
อุเทน มหามิตร 2552
หมายเหตุ : งานเหล่านี้ คัดมาจากหนังสือชื่อปก “กระอักกระอ่วนร่วมสมัย” ซึ่งอันที่จริงมันยังไม่ใช่หนังสือเป็นเล่ม คือ เป็นแค่ต้นฉบับขี้ทูดค้างเติ้ง ปึกหนึ่ง พูดตรงๆ ..ก็คือ ไม่มีเงินเข้าเล่ม นั่นเอง.
วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
โอ๊ทส์ ยากส์!
เรามักมีโอกาสเต้นแร้งเต้นกา
ตามการตัดสินใจแต่ละเรื่องของคุณพี่รัฐบาล
อาฮู้! เราคือนักวิชาการในสมาคมยายแร้งทึ้ง
หรืออาจจะเป็นแค่หมาที่ขยันเห่าเจ้าของบ้าน
เรามักมีโอกาสหยิบยื่นยิ้มสยามไม่หุบ
วิ่งเปี้ยวไปเช่าสูทร่อนก้นส่ายตูดไม่หยุด
โอว! หน้าที่หลักๆ คือคลำเป้าตั้งประเด็นชี้โด่
ปลุกอารมณ์ข้อมูล วิเคราะห์คลึงจุดกระสัน
หลั่งเสร็จก็ใช้ทิชชูเช็ดน้ำลาย ขายค่าวิทยากร
เราสวมหน้ากากนักวิชาการวิกล
นานจนโวยวายตัวตนใต้หน้ากากไม่เป็น
จุ๊ๆ จุกคอหอยจนลิ้นแถกขี้ปากไปถึงตาตุ่ม
เครียด! เสือกเกิดเป็นมนุษย์มีโลภ โกรธ หลง
อุเทน มหามิตร 2552
วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553
เมื่อสัตว์เลี้ยงในเมืองคิดถึงบ้าน
"ใครบางคนบอกว่า
พวกเราเหมือนสัตว์เลี้ยง
ที่อยากกลับบ้าน"
แต่หาบ้านไม่เจอ
เพราะไม่มีปาหลงเหลือ
ให้เดินทางกลับไปหา
อีกต่อไป
ใญ่
8 มีนาคม 53
วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
หามีอยู่จริง
ลมหนาวมาแล้วไป
ความหนาวไม่มีอยู่จริง
ฤดูร้อนกำลังจะมา
ความร้อนก็หามีอยู่จริง
ความหิวกำลังจะมา
ความหิวหามีอยู่จริง
ความทุกข์กำลังจะมา
ความทุกข์หามีจริงไม่
ความสุขกำลังจะมา
ความสุขหามีอยู่จริง
ใญ่
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพ่อคิดถึงพ่อจัง
ซักเสื้อ ซักผ้า ที่พ่อใส่
รีดผ้าตัวเก่ง ให้ทุกวัน
นวดขา นวดแขนยามค่ำคืน
ดูแลพ่อ ยามเจ็บป่วยไข้
ตักน้ำ ป้อนข้าว เอาใจใส่
หวีผม ร้องเพลงให้พ่อฟัง
ถามพ่อ มีตังค์ใช้บ้างมั๊ย
เอาเงินแอบใส่ในกระเป๋า
เพราะกลัวว่า ท่านจะไม่เอา
สุดท้าย เรากลับไม่ได้ทำ
ในทุกๆอย่างที่ว่ามา
เวลานี้พ่อของฉัน
ท่านก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
หลายคนที่นี่โชคดีจัง
เพราะพวกเค้า
ยังอยู่กับพวกเรา
ใญ่ / /4 ธันวาคม 2552
