| กิจกรรม สนทนาธรรม เป็นการสอนปฏิบัติธรรมตามแนวทาง ในวันเสาร์ที่14 เมษายน 2555 เวลา 13.30 น. ไหว้พระสวดมนต์ ฟังธรรมบรรยาย เวลา 15.00 น. สนทนาธรรม โดย คุณมาลี ปาละวงศ์ เหมาะสำหรับผู้สนใจในการเจริ เน้นให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานที ณ พระธาตุโกฏิแก้ว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เส้นทางไปพระธาตุโกฏิแก้ว http://tinyurl.com/d5bycmq |
โครงการวารสารแสงเล็ก สำหรับชุมชนเบิกบาน...ที่ชื่นชมการมีชีวิต และแบ่งปัน...ความฝัน แรงบันดาลใจ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555
กิจกรรม สนทนาธรรม
ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วม
วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
นิทรรศการศิลปะ Fri Art
ศุกร์ ศิลป์ : ณ โรงเรียนวิศานุสรณ์ ยังมีชายวัยกลางคนแสนดีผู้หนึ่ง เขามีใบหน้าตกกระ ทรงผมยุ่งๆ แห้งเสียขาดน้ำหนัก ตัวผอมสูงแต่พุงผายนิดๆ บุคลิกประดักประเดิด พูดไม่ชัด เน้นคำไม่เป็นด้วยซ้ำ เขาถูกว่าจ้างให้มาคลุกอยู่กับเด็กๆ ชั้นประถม ในวิชาชั่วโมงศิลปะช่วงบ่ายวันวันศุกร์ เป็นปรกติ ช่วงบ่ายๆ จะเป็นเวลาที่อากาศร้อนมากที่สุด ชายวัยกลางคนเตรียมใจมาเป็นอย่างดีว่า ทุกๆ ช่วงบ่ายวันศุกร์ชีวิตเขาต้องเจอะเจอกับอะไรซึ่งเหนือจินตนาการ ความวุ่นวาย, เจี๊ยวจ๊าว, อลหม่าน, ฉุดกระชากลากถู, ชวนคุย, ซักถามไม่หยุด, ไม่ยอมหยุดฟังกันบ้างเลย และผลงานศิลปะสร้างสรรค์ที่สดใหม่(จากสภาวะเหตุการณ์ข้างต้น) โดยสังเขปสิ่งที่เขาต้องเผชิญ สร้างความฉงนสนเท่ห์ มีแรงดึงดูด ปั่นป่วนประสาทรับรู้ของเขาอย่างที่สุด การคลุกคลีกับเด็กๆ ชั้นประถม ทั้ง 26 คนกลุ่มนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลังงานที่เก็บสะสมของชายวัยกลางคน นั่นคือเขาต้องใช้พลังงานเท่ากับวันปรกติ 6 วันครึ่งรวมกัน อย่างไรก็ดี เขากลับพบว่าช่วงเวลาของรายละเอียดต่างๆ ซึ่งท้าทายด้วยวัตถุประสงค์ผ่านการสร้างสรรค์แต่ละครั้งนั้น ในชั่วโมงศิลปะวันศุกร์ ได้มีศิลปินรุ่นเยาว์ฉายแววชัดเจน จุดกำเนิดเกิดขึ้นแล้ว
ภาวะดื้อซนไม่ยอมฟังเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนความเป็นศิลปินรุ่นเยาว์ นับเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดๆ เกินๆ หากเด็กๆ มีอาการสมาธิสั้นอย่างต่อเนื่อง ศิลปะแรกเริ่มนั้นควบคู่ไปกับการทดลองและสร้างสรรค์ มีความสนุกปะปนเป็นต้นทุน ซึ่งเปิดพื้นกว้างสำหรับชิ้นผลงานที่แสดงออกอย่างฉับพลัน ในชั่วโมงศิลปะวันศุกร์ ภาวะเข้าๆ ออกๆ ของศิลปินรุ่นเยาว์ยากระบุชัดเจน การปล่อยวางและสนุกไปด้วยดูจะเป็นทางออกเดียว แต่ชายวัยกลางคนผู้ถูกว่าจ้างในงานนี้ กลับต้องระมัดระวังระดับความสนุกดังกล่าว
มีอยู่ครั้งหนึ่ง มันเคยส่งผลสนุกเตลิด ชั่วโมงแนะนำทักษะการระบายสี เมื่อเขาลองเล่นสีแดงระบายนิ้ว ทำเหมือนว่านิ้วโดนมีดบาด ช่วยด้วยๆ อะไรอย่างนั้น เหตุการณ์ได้ลุกลามไปถึงการเพ้นท์เล็บ เพ้นท์บอดี้กันอย่างเอิกเกริก แล้วสภาพห้องเรียนศิลปะวันนั้นก็เละตุ้มเป๊ะ เอาไม่อยู่ เอาไม่อยู่จริงๆ แต่ถ้าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคงเอาอยู่ เขาคิดว่าบางทีงานสรุปสีน้ำอาจจะจัดให้มีการเพนท์บอดี้จริงจัง ถอดเสื้อเพ้นท์กันเลยทีเดียว แล้วพอเลิกเรียนผู้ปกครองมารับ ก็คงต้องสืบหากันเอาเองว่าลูกใครเป็นลูกใคร
แต่กระนั้น ศิลปินรุ่นเยาว์ ไม่ได้ชี้วัดที่ผลงานหรือความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เท่าที่เป็นไปได้มากที่สุด มันอยู่ที่การเอาใจใส่ ไม่ว่าเทคนิค อุปกรณ์ การสอน จำนวน หรือเวลาอันจำกัด จะเป็นเงื่อนไขเบื้องต้น การเอาใจใส่ของเด็กบางคนในชั่วโมงศิลปะ ซึ่งเป็นเด็กคนเดียวกันที่กลับไม่เอาอะไรเลยในชั่วโมงศิลปะวันศุกร์ถัดมา นั่นคือ ภาวะเข้าๆ ออกๆ ของศิลปินรุนเยาว์ยากที่จะระบุชัดเจนเหมือนพยากรณ์อากาศ
จากการขับเคี่ยวความสนุกและคลุกสี เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านข้ามปีแรก เด็กๆ เติบโตขึ้น ชายวันกลางคนแก่ตัวลง เมื่อมาถึงปลายเทอม บุคลิกภาพของเหล่าศิลปินรุ่นเยาว์ แสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้น การขอคำแนะนำ, สังเกตการณ์, พยายามเก็บรายละเอียด, เปิดรับความเข้าใจใหม่ๆ คละกับอารมณ์ที่เย็นลง ขณะเดียวกัน, ศูนย์กลางจักรวาลศิลปินรุ่นเยาว์ ยังคงขึ้นรูปประกอบร่างผ่านแรงผลัก-ดึง สภาวะการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมเพื่อน ครอบครัว คุณครู สังคมการเมืองหรือเกมแองกริเบิร์ด ทั้งหมดหลอมรวมกลายเป็นองค์ประกอบ ซึ่งสร้างความหมายและขับเคลื่อนความหวังแห่งชีวิต ในทางตรรกศาสตร์ทั้งหมดเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อชั่วโมงศิลปะช่วงบ่ายวันศุกร์.
ขอเชิญชม นิทรรศการศิลปะ Fri Art โดย 26 ศิลปินรุ่นเยาว์ พิธีเปิดวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 18:00 น. และ ร่วมชมภาพยนตร์โดยคุณอุรุพงศ์ รักษาสัตย์ เรื่อง "สวรรค์บ้านนา" Agrarian Utopia ในเวลา 19:00 น. เป็นต้นไป ที่อังกฤษ แกลลอรี่ นางแล เชียงราย
ประกวดออกแบบลายกราฟิกภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับดาราศาสตร์
NARIT ผุดโปรเจคสุดแนวจัดประกวดออกแบบลายกราฟิกภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับดาราศาสตร์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ชวนคนรุ่นใหม่ไอเดียเก๋ ดึงความครีเอทในตัวคุณที่ไม่เหมือนใคร ร่วมส่งผลงานสร้างสรรค์เข้าประกวดในโครงการ “ออกแบบลายกราฟิกภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับดาราศาสตร์” ชิงโล่ห์รางวัลชนะเลิศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมมูลค่าเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท แบ่งการประกวดออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีและประชาชนทั่วไปโดยแบ่งประเภทผลงานออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 วัตถุท้องฟ้าที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ และ ประเภทที่ 2 อุปกรณ์ทางด้านดาราศาสตร์ ซึ่งจะต้องเป็นลายกราฟิกที่ออกแบบอย่างสร้างสรรค์จากจินตนาการโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานทางวิชาการดาราศาสตร์ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่จำกัดจำนวน
สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 เมษายน 2555 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.narit.or.th หรือสอบถามโทร. 053-225571 ต่อ 214
ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)
โทร. 053-225569 ต่อ 210 หรือ 081-8854353
E-Mail: pr@narit.or.th
Facebook: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
Twiiter: @N_Earth
วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
การจัดประเภทของการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์
ภาพการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ในระดับ X1.9 เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2011
จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Solar Dynamics Observatory (SDO)
เครดิต : NASA / SDO
การระเบิดขนาดยักษ์บนดวงอาทิตย์ก่อให้เกิดการลุกจ้าและส่งพลังงานแสงรวมทั้งอนุภาคความเร็วสูงออกสู่อวกาศ การลุกจ้าเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับการเกิดพายุพลังงานแม่เหล็กดวงอาทิตย์หรือที่รู้จักกันในชื่อพายุสุริยะเป็นการปลดปล่อยมวลโคโรนา Coronal Mass Ejections (CMEs) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบมากบนดวงอาทิตย์ในขณะนี้ นอกจากนั้นดวงอาทิตย์ยังสามารถปล่อยกระแสโปรตรอนได้อย่างรวดเร็ว หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ Solar Energetic Particle (SEP) และการแปรปรวนของลมสุริยะ Corotating Interaction Regions (CIRs) ทั้งหมดนี้สามารถก่อให้เกิดพายุสุริยะที่แตกต่างกัน การเกิดพายุสุริยะหากมีความรุนแรงอาจไปรบกวนระบบ การส่ือสาร วิทยุคลื่นระยะสั้น สัญญาณGPS และสายไฟฟ้าบนโลกได้
ปริมาณกิจกรรมบนดวงอาทิตย์จะเพิ่มขึ้นประมาณทุกๆ 11 ปี และในขณะที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนไปสู่ช่วงที่มีจุดบนดวงอาทิตย์สูงสุดซึ่งมีแนวโน้มว่าจะอยู่ในช่วงประมาณปี 2013 นั้นหมายความว่าดวงอาทิตย์จะเกิดการปล่อยพลังงานจากการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น
องค์การมหาสมุทรและบรรยากาศของสหรัฐอเมริกา หรือ (NOAA) ได้มีการวางแผนจำแนกหมวดหมู่ของการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ และพายุสุริยะโดยการลุกจ้าขนาดใหญ่บนดวงอาทิตย์นี้ จะเรียกว่า การลุกจ้าระดับ X ซึ่งการจำแนกการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์จะแบ่งตามระดับความรุนแรงของการลุกจ้าโดยการลุกจ้าขนาดเล็กที่สุดจะอยู่ในระดับ A - class ตามด้วย B,C,M, และ X คล้ายกับมาตราริกเตอร์วัดแผ่นดินไหว ซึ่งจะแสดงถึงพลังงานที่เกิดจากการลุกจ้าเพิ่มขึ้น 10 เท่าของตัวอักษรแต่ละตัว ดังนั้น X จะมีค่าพลังงาน 10 เท่า ของระดับ M และจะมีค่าพลังงานเป็น 100 เท่าของระดับ C ซึ่งหมายความว่าในแต่ละตัวอักษรจะมีตัวเลขระดับขนาด 1-9 ระดับ
หากจะกล่าวถึงผลกระทบจากการลุกจ้านี้นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ข้อมูลว่า การลุกจ้าระดับ C จะมีพลังงานที่อ่อนเกินกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อโลก แต่ในระดับ M สามารก่อให้เกิดความเสียหายตอวิทยุคลื่นส้ันๆ และยังมีพายุรังสีที่อาจเป็นอันตรายกับนักบินอวกาศ และการลุกจ้าระดับ X แม้ว่า X1 จะเป็นตัวอักษรลำดับสุุดท้าย แต่พลังงานจากการลุกจ้าก่อให้เกิดพลังงานมากกว่า 10 ระดับ ดังนั้นการลุกจ้าในระดับ X สามารถก่อให้เกิดพลังงานสูงกว่าระดับ 9ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบอิเลคทรอนิคบนโลก สำหรับการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ที่มีความรุนแรงที่สุดที่วัดได้โดยวิธีที่ทันสมัยเม่ือปี 2003 ในช่วงที่มีจุดบนดวงอาทิตย์สูงสุด ซึ่งเซนเซอร์สามารถวัดได้ในระดับที่ X15 แต่จากการคาดการณ์คาดว่าจะสูงถึงระดับ X28
เนื่องจากปัจจุบันดวงอาทิตย์อยู่ในช่วงที่มีจุดบนดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนถึงช่วงที่มีจุดบนดวงอาทิตย์สูงสุดจึงทำให้เราเห็นการเกิดกิจกรรมบนดวงอาทิตย์มากขึ้น การลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ระดับ X ครั้งแรกของวัฏจักรสุริยะปะทุขึ้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2011 และมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน เมื่อวันที 23มกราคม 2012 ดวงอาทิตย์ได้ปลดปล่อยพลังงานที่ระดับ M8.7
ภาพการปลดปล่อยอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ solar energetic particle (SEP) ที่ก่อให้เกิดการรบกวนที่ดูเหมือนมีหิมะ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2012 จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Solar Heliospheric Observatory (SOHO) เครดิต : SOHO / ESA และ NASA
ทั้งนี้องค์การนาซา, องค์การมหาสมุทรและบรรยากาศของสหรัฐอเมริกา (NOAA),หน่วยงานกองทัพอากาศสหรัฐ (AFWA) และอืนๆ ได้เฝ้าสังเกตการณ์ค่าพลังงานที่เกิดจากการลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ว่าอยู่ในระดับใด และจะมีความรุนแรงมากพอที่จะเป็นพายุสุริยะได้หรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพือป้องกันผลกระทบกับยานอวกาศ ดาวเทียม และระบบเทคโนโลยี เป็นต้น
รายงานข่าวโดย
รอยาลี มามะ
สำนักบริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ที่มาของข่าว
สุดท้ายเมนูหูฉลามก็ไม่ต่างจากกินตีนปลาตีน
ภาพจาก www.wildaid.org
ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ฉลามบางชนิดมีจำนวนลดลง 99 เปอร์เซ็นต์
1 ใน 3 ชนิดพันธุ์ฉลามกำลังจะสูญพันธุ์
ทุกๆ ปีมีฉลามถูกฆ่า 100 ล้านตัว
ในจำนวนนี้ 73 ล้านตัวถูกนำครีบมาทำซุปหูฉลาม
ฉลามที่ถูกจับ จะถูกตัดครีบทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นร่างของมันก็จะถูกโยนทิ้งลงน้ำ ปล่อยให้จมและเลือดไหลออกจนตาย ซึ่งครีบที่ได้ คิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ของตัวฉลามทั้งหมด
อย่างไรก็ดี ราคาครีบฉลามปอนด์ละ 880 เหรียญสหรัฐ นับเป็นเมนูอาหารทะเลที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
ซุปหูฉลามชามหนึ่ง บางครั้งมีราคาสูงถึง 100 เหรียญสหรัฐ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้ความต้องการบริโภคเมนูหูฉลามเพิ่มขึ้น
ในฮ่องกง จากการสำรวจพบว่า คนฮ่องกง 89 เปอร์เซ็นต์ได้กินซุปหูฉลามตามงานแต่งงาน
มี 145 ประเทศทั่วโลกต่อต้านการค้าครีบฉลาม
ส่วนประเทศยักษ์ใหญ่ที่ยังคงล่าฉลาม ได้แก่ สเปน สิงคโปร์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงพี่เบิ้มอย่างสหรัฐอเมริกา
ครีบฉลาม 50 – 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกส่งขายผ่านฮ่องกง
85 เปอร์เซ็นต์ของการค้าครีบฉลามในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งที่นี่มีภัตราคารที่เสิร์ฟเมนูหูฉลามกว่า 360 ร้าน
กว่าที่ฉลามจะโตจนถึงวัยผสมพันธุ์ ต้องใช้เวลา 10 – 15 ปี ขณะที่แต่ละครั้งสามารถออกลูกเพียงไม่กี่ตัว เมื่อต้องเผชิญกับการถูกล่าอย่างหนัก จำนวนฉลามในท้องทะเลจึงลดลงอย่างรวดเร็ว
ฉลามเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร การลดหายไปของพวกมันย่อมมีผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศท้องทะเล
ความเชื่อเดิมที่ว่าครีบฉลามมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แท้จริงแล้วมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากตีน (ครีบ) ของปลาตีน แต่ซ้ำร้ายเคยมีการตรวจพบสารปรอทปนเปื้อนในครีบฉลามสูงเป็น 42 เท่าของค่ามาตรฐานความปลอดภัย
หมายเหตุ ข้อมูลส่วนใหญ่เรียบเรียงจาก www.wildaid.org ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของหูฉลามที่ไม่ต่างจากตีนของปลาตีนนั้น อ้างอิงจากหนังสือ "เสริมอาหารไม่ต้อง เสริมสมองดีกว่า" โดย รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ
ที่มา : http://www.greenworld.or.th/greenworld/foreign/1624
วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555
The Singapore Show: Future Proof
The Singapore Show: Future Proof : the next wave of contemporary art development in Singapore.
สิงคโปร์ นับได้ว่าเป็นเมืองต้นแบบ ของ “ความเจริญ” ในความหมายที่คนโดยทั่วๆไปเข้าใจได้ร่วมกัน นั้นคือ การมีตึกสูงระฟ้า อาคารทันสมัย สาธารณูปโภคครบครัน ระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตประชากร ระบบเศรษฐกิจ รัฐสวัสดิการ หรือทุกอย่างที่เราพอจะฝันได้ว่าเป็นความเจริญของมนุษย์ ทุกอย่างรวมอยู่ที่นี่ แม้ว่าสิงค์โปร์จะเป็นเกาะเล็กๆที่มีประชากรไม่ถึง 6 ล้านคน แต่ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพและความพยายามจะเป็นผู้นำทุกๆด้าน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้อยลงแต่อย่างใด สิงค์โปร์ทั้งประเทศที่เป็นเหมือนบริษัทเอกชน พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างแหล่งรายได้ให้ประชากร อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน จนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก แม้ว่าเมื่อมองความเจริญผ่านรายได้ของประชากร และ ความเป็นอยู่จะทำให้เกิดความรู้สึกแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา เมื่อมนุษย์ต้องทำงานเป็นเหมือนฟันเฟืองหนึ่งในเครื่องจักรขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ในอาคารสูง ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสูงบดบังทัศนียภาพ แต่ประเทศอย่างสิงค์โปร์ก็มี วิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมและกลายเป็นตัวชี้วัด ความเจริญและความเป็นผู้นำอย่างแท้จริงนั่นคือ นโยบาย สิงค์โปร์เมืองสีเขียว(Singapore The Green City) นโยบายนี้คือการอนุรักษ์ต้นไม้เก่าทั้งหมดและปลูกต้นไม้ใหม่
“ถ้าเมืองนี้ไม่มีต้นไม้ใหญ่
คงเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่และแห้งแล้งมากๆ”
ปีที่ผ่านมาขณะที่ประเทศไทย
ประสบปัญหาอุทกภัย ที่สิงค์โปร์ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน
ปัญหาน้ำท่วมที่สิงค์โปร์เกิดจากการขยายตัวของเมืองมากจนเกินไป
ไม่มีพื้นดินที่จะรองรับน้ำฝน
และทางระบายน้ำก็อุดตันไปด้วยเศษดินทรายจากการก่อสร้าง
เป็นปัญหาที่แลกกับความเจริญอย่างรวดเร็ว ...
ความท้าทายเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยังรอการพิสูจน์!
“ถ้าบอกว่าสิงค์โปร์เป็นประชาธิปไตย ต้องเรียกว่า ประชาธิปไตยเผด็จการที่ทำให้ประชาชนพอใจ เพราะรัฐจัดการให้ทุกอย่าง”
ผมมีโอกาสเข้าชมนิทรรศการ The Singapore Show: Future Proof
น่าสนใจตั้งแต่การชื่อนิทรรศการที่พูดถึง “อนาคต!” นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่
8Q เป็นแกลลอรี่ส่วนขยายของ SAM(Singapore Art Museum)
นิทรรศการครั้งนี้คัดสรรโดย ภัณฑารักษ์หนุ่ม 2 คนคือ David Chew และ
Khairuddine Hori เป็นนิทรรศการที่รวบรวมศิลปิน 25 คน
ซึ่งส่วนมากเป็นศิลปินรุ่นใหม่ เรียกได้อย่างเต็มปากว่า
“เป็นอนาคตของศิลปะสิงค์โปร์”
:phunk Studio (in collaboration with Keiichi Tanaami) “Eccentric City:
Rise and Fall” 2010, Tatebanko paper box structures with video
installation, Variable dimensions, SAM Collection
งานของ :phunk
Studio (in collaboration with Keiichi Tanaami)
ได้เลือกใช้การพับกล่องกระดาษเป็นรูปทรงคล้ายอาคารสูงมียอดเป็นปิรามิด
ติดตั้งให้ลอยจากพื้น ดูรวมๆเหมือนเมืองลอยได้ ด้านหน้าออกแบบลวดลายโดย
Keiichi Tanaami ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น มีสีสันสวยงาม ละลานตา
เมื่อผู้ชมเดินอ้อมไปทางด้านหลัง
กล่องกระดาษทั้งหมดจะค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นขาวดำ ซึ่งออกแบบลวดลายโดย :phunk
Studio
Donna Ong “Crystal City” 2009, Glassware, Variable Dimensions, Artist Collection
งาน
ของ Donna Ong วิจารณ์ความเป็นเมืองที่สวยงามทว่าบอบบาง
ผ่านแก้วใสที่ใช้ในชีวิตประจำวัน Donna Ong
เลือกเครื่องแก้วหลายขนาดมาจัดวางซ้อนกันเหมือนรูปทรงของอาคารสูง
Charles Lim “Inside Outside” 2005, Photographs & ship radio connection, Variable dimension, Artist Collection
Charles
Lim ศิลปินหนุ่มนักแล่นเรือใบทีมชาติสิงค์โปร์เลือกสำรวจพรมแดนทางทะเล
ด้วยการแล่นเรือไปยังทุ่นลอยกำหนดเขตแดนทางทะเลของประเทศสิงค์โปร์
โดยถ่ายรูปสองรูป
รูปแรกถ่ายจากเขตแดนภายในประเทศมองออกไปข้างนอกผ่านทุ่นลอย
รูปที่สองถ่ายจากนอกเขตแดนเข้ามายังประเทศสิงค์โปร์ผ่านทุ่นลอยตัวเดิม
Charles Lim
สำรวจเขตแดนสมมตินี้รอบประเทศที่กำลังขยายตัวออกด้วยการซื้อทรายจากมาเลเซีย
มาถมทะเล เกาะเล็กๆแห่งนี้กำลังขยายตัว
จนบางครั้งชาวสิงค์โปร์เองก็ลืมไปว่าเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำล้อมรอบ
งานชุดนี้สะท้อนความรู้สึกที่ไม่มั่นคงที่อยู่ภายในจิตใจของชาวสิงค์โปร์
ที่ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากที่สุดแห่งหนึ่ง
Rober Zhao “If A Tree Falls in the Forest” 2008-2009, Series of photo
prints and installations in 5 sections, Variable dimensions, SAM
Collection
Robert Zhao
แสดงภาพสิ่งมีชีวิตที่เราไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ ธรรมชาติจำลอง
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และ มายากลของยุคดิจิตอล
เราไม่สามารถมั่นใจได้อีกแล้วว่าธรรมชาติที่เราอยู่รวมด้วยนั้นถูกประดิษฐ์
ให้เป็นธรรมชาติได้มากแค่ไหน?
ศิลปินส่วนมากในนิทรรศการ สนใจประเด็นเกี่ยวกับ ภูมิศาสตร์การเมือง วัฒนธรรมกระแสรองในเมือง ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ อัตลักษณ์การกลับไปค้นหาตัวตนที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม และ วัฒนธรรมตามท้องถนน หากใครได้มีโอกาสได้ไปสิงค์โปร์ในช่วงนี้ อย่าพลาดชม นิทรรศการ The Singapore Show: Future Proof จัดแสดงไปจนถึงวันที่ 15 เมษายนนี้
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.singaporeartmuseum.sg
Exhibition Date: 14th January to 15th April 2012
Various
Venues:
- Singapore Art Museum at 8Q (8 Queen Street, Singapore
188535)
- 222 Queen Street, Singapore 188550
- SAM Front Lawn (71 Bras
Basah Road, Singapore 189555)
- The Substation (45 Armenia Street,
Singapore 179936)
General Enquires: 6332 3200
Programmes Enquiries: 6332 4205
Museum
admission applies.
Open daily 10am to 7pm (last admission at 6.15pm),
until 9pm on
Fridays
Free admission every Friday from 6pm to 9pm
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554
Henri Matisse
Henri Matisse (31 December 1869 - 3 November 1954)
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://en.wikipedia.org/wiki/Henri_Matisse
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://en.wikipedia.org/wiki/Henri_Matisse
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ดาวดับอีกดวง Lucian Freud โดย อายตนะ
(ที่มา : http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=11245)
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา Lucian Freud จิตรกรชื่อดังชาวอังกฤษวัย 89 ปีได้เสียชีวิตลง นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวงการศิลปะหลังจากที่ได้สูญเสีย Cy Twombly ไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนี้เอง
Lucian Freud เป็นจิตรกรชาวอังกฤษที่มีลีลาในการวาดภาพที่ไม่เหมือนใคร เขาชอบวาดภาพเหมือนของคน วาดเฉพาะใบหน้าอย่างเดียวหรือวาดทั้งตัวโดยใช้พู่กันขนาดใหญ่และสีหนาๆปาดให้เห็นรอยพู่กัน
Lucian Freud เกิดที่กรุง Berlin เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1922 มีบิดาเป็นชาว Austrian เชื้อสายยิวและเป็นบุตรของ Sigmund Freud นักจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)คนสำคัญของโลก ส่วนมารดาเป็นชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ครอบครัวของเขาย้ายจากกรุง Berlin มาอยู่ที่กรุง London ในปี ค.ศ.1933 เพราะต้องการหนีพวกนาซีที่เกลียดชังชาวยิว ต่อมาในปี ค.ศ.1939 ครอบครัว Freud ก็ได้สัญชาติอังกฤษ
ในวัยเด็ก Lucian Freud เข้าเรียนที่โรงเรียน Darlington Hall School และโรงเรียน Bryanston จากนั้น ก็เรียนศิลปะต่ออีกหลายแห่ง คือ Central School of Arts London, Cedric Morris′ East Anglian School of Painting and Drawing และ Goldsmith College,University of London
Lucian Freud เริ่มชีวิตจิตรกรในปี ค.ศ.1943 ด้วยการวาดภาพประกอบหนังสือ ในขณะเดียวกัน เขาก็วาดภาพอื่นไปด้วย ภาพที่วาดในช่วงแรกๆส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ สัตว์
ในปี ค.ศ.1944 Lucian Freud ได้นำผลงานของเขาไปแสดงที่ Alex Reid & Lefevre Gallery จากนั้นในระหว่างปี ค.ศ.1946-1950 Lucian Freud ได้เดินทางไปกลับระหว่างกรุง London กับต่างประเทศคือ Paris ,Greece และ Dublin ครั้งละนานๆหลายๆเดือนเพื่อวาดภาพในช่วงเวลานี้เองที่ Lucian Freud ร่วมกับเพื่อนศิลปินจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเรียกว่า The school of London ประกอบด้วยศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน รวมทั้ง Francis Bacon ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ
ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1949-1954 Lucian Freud เป็นอาจารย์พิเศษสอนศิลปะ อยู่ที่ Slade School of Fine Arts ใน University College London ในช่วงเวลานี้เองที่เขาค้นพบตัวเองและเริ่มวาดภาพในแนวทางใหม่ สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ พู่กันขนาดใหญ่ วาดเส้นหนาๆ ใช้สีหม่น ภาพส่วนใหญ่ที่ Lucian Freud วาดเป็นภาพเหมือนของคน เขาเริ่มจากการวาดภาพเพื่อนศิลปินของเขาก่อน ต่อมาก็วาดภาพญาติพี่น้อง คู่รัก และเด็กๆ
ในปี ค.ศ.1950 Lucian Freud เริ่มหันมาสนใจวาดภาพเปลือย ภาพทุกภาพที่เขาวาดใช้แบบที่เป็นคนจริงๆ แบบต้องมานั่งหรือนอนให้เขาวาดครั้งละ 3- 5 ชั่วโมง โดยเขาจะใช้ดินสอร่างแบบก่อน จากนั้นจึงค่อยๆลงสีทีละน้อยไปเรื่อยๆภาพเหมือนขนาดเล็กแต่ละภาพใช้เวลาวาดประมาณ 1 เดือน
ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2000 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ.2001 Lucian Freud วาดภาพเหมือนของ Queen Elizabeth แห่งอังกฤษโดยพระองค์เสด็จมาทรงนั่งเป็นแบบหลายครั้ง ภาพดังกล่าวถูกวิจารณ์มากจากสื่อมวลชนทุกแขนงว่าเป็นภาพวาดที่น่าเกลียด โดยเฉพาะส่วนคางที่มีเงาดำๆที่ถูกวิจารณ์มากว่าเป็นส่วนที่น่าเกลียดที่สุดของภาพวาดแต่อย่างไรก็ตาม ศิลปินจำนวนหนึ่งกลับชอบภาพวาดดังกล่าวเพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของผู้วาดที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ มองเห็นอย่างไรก็วาดออกมาอย่างนั้น
ต่อมาในปี ค.ศ.2003 Lucian Freud วาดภาพเปลือย Kate Moss นางแบบชื่อดังที่กำลังตั้งครรภ์ ภาพดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอีกเช่นกัน
ภาพเหมือนของ Francis Bacon เป็นอีกภาพหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Lucian Freud ภาพดังกล่าวเป็นภาพวาด 3 ภาพเรียงติดกัน แสดงให้เห็นสีหน้าของ Francis Bacon ในอารมณ์ต่างๆ ภาพดังกล่าวขายไปในราคา 37 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในการประมูลภาพวาดที่ Sotheby เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง
Lucian Freud เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ตลอดชีวิตเขาให้สัมภาษณ์น้อยมาก ไม่มีแม้กระทั่งประชาสัมพันธ์ส่วนตัว เขาชอบที่จะทำงานอยู่เงียบๆกับแบบของเขาที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ที่บ้านที่ Holland Park การแสดงผลงานส่วนตัวของเขามีหลายครั้งในหลายประเทศ ล่าสุดคือที่ Centre Georges Pompidou ในกรุง Paris เมื่อปี ค.ศ.2010
ชีวิตส่วนตัวของ Lucian Freud นั้นค่อนข้างเหลวแหลก เขามีลูกกว่า 40 คนที่เกิดจากผู้หญิงจำนวนมาก ทั้งที่เป็นภรรยาที่ส่วนใหญ่แล้วอยู่กันได้ไม่นาน ทั้งที่เป็นนางแบบ และยังมีสาวสังคมและขุนนางอีกมากที่เป็นแม่ของลูกของ Lucian Freud
Lucian Freud เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ แม้ภาพวาดของเขาส่วนใหญ่จะดูห่างไกลจากคำว่า สวยงามในสายตาของคนทั่วไป แม้ภาพวาดบางภาพของเขาจะดูสกปรก น่ากลัว น่าขยะแขยง จนทำให้ภาพเปลือยที่เขาวาดไม่อาจสร้างความรู้สึกทางเพศใดๆให้กับผู้ดูที่เป็นคนปรกติได้เลย แต่ภาพวาดของ Lucian Freud ก็มีเอกลักษณ์ในตัวของตัวเอง ยากที่จะมีจิตรกรผู้ใดเทียบเท่า
อายตนะ
ayatana2010@live.com
1 สิงหาคม 2554
By : matichon.co.th
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา Lucian Freud จิตรกรชื่อดังชาวอังกฤษวัย 89 ปีได้เสียชีวิตลง นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวงการศิลปะหลังจากที่ได้สูญเสีย Cy Twombly ไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนี้เอง
Lucian Freud เป็นจิตรกรชาวอังกฤษที่มีลีลาในการวาดภาพที่ไม่เหมือนใคร เขาชอบวาดภาพเหมือนของคน วาดเฉพาะใบหน้าอย่างเดียวหรือวาดทั้งตัวโดยใช้พู่กันขนาดใหญ่และสีหนาๆปาดให้เห็นรอยพู่กัน
Lucian Freud เกิดที่กรุง Berlin เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1922 มีบิดาเป็นชาว Austrian เชื้อสายยิวและเป็นบุตรของ Sigmund Freud นักจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)คนสำคัญของโลก ส่วนมารดาเป็นชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ครอบครัวของเขาย้ายจากกรุง Berlin มาอยู่ที่กรุง London ในปี ค.ศ.1933 เพราะต้องการหนีพวกนาซีที่เกลียดชังชาวยิว ต่อมาในปี ค.ศ.1939 ครอบครัว Freud ก็ได้สัญชาติอังกฤษ
ในวัยเด็ก Lucian Freud เข้าเรียนที่โรงเรียน Darlington Hall School และโรงเรียน Bryanston จากนั้น ก็เรียนศิลปะต่ออีกหลายแห่ง คือ Central School of Arts London, Cedric Morris′ East Anglian School of Painting and Drawing และ Goldsmith College,University of London
Lucian Freud เริ่มชีวิตจิตรกรในปี ค.ศ.1943 ด้วยการวาดภาพประกอบหนังสือ ในขณะเดียวกัน เขาก็วาดภาพอื่นไปด้วย ภาพที่วาดในช่วงแรกๆส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ สัตว์
ในปี ค.ศ.1944 Lucian Freud ได้นำผลงานของเขาไปแสดงที่ Alex Reid & Lefevre Gallery จากนั้นในระหว่างปี ค.ศ.1946-1950 Lucian Freud ได้เดินทางไปกลับระหว่างกรุง London กับต่างประเทศคือ Paris ,Greece และ Dublin ครั้งละนานๆหลายๆเดือนเพื่อวาดภาพในช่วงเวลานี้เองที่ Lucian Freud ร่วมกับเพื่อนศิลปินจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเรียกว่า The school of London ประกอบด้วยศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน รวมทั้ง Francis Bacon ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ
ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1949-1954 Lucian Freud เป็นอาจารย์พิเศษสอนศิลปะ อยู่ที่ Slade School of Fine Arts ใน University College London ในช่วงเวลานี้เองที่เขาค้นพบตัวเองและเริ่มวาดภาพในแนวทางใหม่ สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ พู่กันขนาดใหญ่ วาดเส้นหนาๆ ใช้สีหม่น ภาพส่วนใหญ่ที่ Lucian Freud วาดเป็นภาพเหมือนของคน เขาเริ่มจากการวาดภาพเพื่อนศิลปินของเขาก่อน ต่อมาก็วาดภาพญาติพี่น้อง คู่รัก และเด็กๆ
ในปี ค.ศ.1950 Lucian Freud เริ่มหันมาสนใจวาดภาพเปลือย ภาพทุกภาพที่เขาวาดใช้แบบที่เป็นคนจริงๆ แบบต้องมานั่งหรือนอนให้เขาวาดครั้งละ 3- 5 ชั่วโมง โดยเขาจะใช้ดินสอร่างแบบก่อน จากนั้นจึงค่อยๆลงสีทีละน้อยไปเรื่อยๆภาพเหมือนขนาดเล็กแต่ละภาพใช้เวลาวาดประมาณ 1 เดือน
ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2000 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ.2001 Lucian Freud วาดภาพเหมือนของ Queen Elizabeth แห่งอังกฤษโดยพระองค์เสด็จมาทรงนั่งเป็นแบบหลายครั้ง ภาพดังกล่าวถูกวิจารณ์มากจากสื่อมวลชนทุกแขนงว่าเป็นภาพวาดที่น่าเกลียด โดยเฉพาะส่วนคางที่มีเงาดำๆที่ถูกวิจารณ์มากว่าเป็นส่วนที่น่าเกลียดที่สุดของภาพวาดแต่อย่างไรก็ตาม ศิลปินจำนวนหนึ่งกลับชอบภาพวาดดังกล่าวเพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของผู้วาดที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ มองเห็นอย่างไรก็วาดออกมาอย่างนั้น
ต่อมาในปี ค.ศ.2003 Lucian Freud วาดภาพเปลือย Kate Moss นางแบบชื่อดังที่กำลังตั้งครรภ์ ภาพดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอีกเช่นกัน
ภาพเหมือนของ Francis Bacon เป็นอีกภาพหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Lucian Freud ภาพดังกล่าวเป็นภาพวาด 3 ภาพเรียงติดกัน แสดงให้เห็นสีหน้าของ Francis Bacon ในอารมณ์ต่างๆ ภาพดังกล่าวขายไปในราคา 37 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในการประมูลภาพวาดที่ Sotheby เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง
Lucian Freud เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ตลอดชีวิตเขาให้สัมภาษณ์น้อยมาก ไม่มีแม้กระทั่งประชาสัมพันธ์ส่วนตัว เขาชอบที่จะทำงานอยู่เงียบๆกับแบบของเขาที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ที่บ้านที่ Holland Park การแสดงผลงานส่วนตัวของเขามีหลายครั้งในหลายประเทศ ล่าสุดคือที่ Centre Georges Pompidou ในกรุง Paris เมื่อปี ค.ศ.2010
ชีวิตส่วนตัวของ Lucian Freud นั้นค่อนข้างเหลวแหลก เขามีลูกกว่า 40 คนที่เกิดจากผู้หญิงจำนวนมาก ทั้งที่เป็นภรรยาที่ส่วนใหญ่แล้วอยู่กันได้ไม่นาน ทั้งที่เป็นนางแบบ และยังมีสาวสังคมและขุนนางอีกมากที่เป็นแม่ของลูกของ Lucian Freud
Lucian Freud เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ แม้ภาพวาดของเขาส่วนใหญ่จะดูห่างไกลจากคำว่า สวยงามในสายตาของคนทั่วไป แม้ภาพวาดบางภาพของเขาจะดูสกปรก น่ากลัว น่าขยะแขยง จนทำให้ภาพเปลือยที่เขาวาดไม่อาจสร้างความรู้สึกทางเพศใดๆให้กับผู้ดูที่เป็นคนปรกติได้เลย แต่ภาพวาดของ Lucian Freud ก็มีเอกลักษณ์ในตัวของตัวเอง ยากที่จะมีจิตรกรผู้ใดเทียบเท่า
อายตนะ
ayatana2010@live.com
1 สิงหาคม 2554
By : matichon.co.th
วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554
ชมรมแสงเล็ก ประจำเดือนเมษายน 2554
สวัสดีครับสมาชิกชมรมแสงเล็ก
ชมรมแสงเล็ก เป็นชมรมขนาดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากคนเล็กๆหลายคนซึ่งมีเจตนาดีร่วมกัน ตอนก่อตั้งชมรม เราตั้งใจจะไม่มีระบบบริหาร ไม่มีระบบกรรมการ หรืออะไรอย่างอื่นที่ชมรมทั่วๆไปควรจะมี เราเป็นชมรมหลวมๆ มีสมาชิกไม่แน่นอน นั้นไม่ได้เกิดจากความไม่รู้แต่เกิดจากความตั้งใจ ที่จะให้ชมรมมีชีวิตอยู่ได้เอง และเป็นชมรมของสมาชิกจริงๆ หมายความว่าทุกคนเป็นเจ้าของ กำหนดทิศทางของชมรมได้
ชมรมแสงเล็กพยายามจะออกจากระบบที่ซับซ้อนวุ่นวายเพื่อจะใช้เวลาของสมาชิกให้เกิดประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาและง่ายๆ กิจกรรมของชมรมไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ การบันเทิง หรือ เพื่อสังคม ... บางครั้งเราแค่อยากจะทำอะไรร่วมกับคนอื่นๆบ้าง เล็กๆน้อยๆ มันไม่ได้ช่วยอะไรคนอื่นเท่ากับช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ดูเหมือนว่า ชมรม แบบออแกนนิค(ปล่อยโตตามธรรมชาติ) จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เอง ปัญหาอาจจะเป็นเพราะว่ามีผู้ประสานงานเพียงคนเดียว เมื่อผู้ประสานงาน ไม่ทำหน้าที่ประสานงาน ชมรมก็ไม่ขยับ จนกิจกรรมทุกอย่างแทบจะหยุดลง(ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553)
ที่ผ่านมาผมพบว่านอกจากปัญหาการประสานงานที่มีศูนย์กลางเพียงคนเดียวแล้ว ยังมีปัญหาอีกคือ การเรียนรู้ของพวกเราลัดสั้น และ เป็นการเรียนรู้เฉพาะเปลือก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดูดาว ดูนก ฟังเพลง หรือ ศิลปะ
เมื่อวานนี้ ... พี่ใญ่(สยาม พึ่งอุดม) ได้มาเยี่ยมและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ๆอย่างสถานการณ์โลกของเรา จนถึงเรื่องเล็กๆ อย่าง “เรา” (ฉันและเธอ) จะทำอะไรกันได้บ้าง? พี่ใญ่พูดถึงคำว่า “หญ้าปากคอก” หมายความว่าเราทั้งหลายเป็นวัวเป็นควายที่ขนขวายหาความรู้ไกลตัว แต่ความรู้ใกล้ๆตัวกลับไม่สนใจ ... ในความหมายนี้ หมายถึงความรู้เพื่อการพึ่งตนเอง
เมื่อหลายวันก่อน ... อ.นคร พงษ์น้อย(ผู้อำนวยการไร่แม่ฟ้าหลวง) มาหาผมแล้วถามว่า “เมื่อไหร่ชมรมแสงเล็กจะมีกิจกรรมอีก เด็กๆที่ไร่อยากมาร่วมกิจกรรม”
เราน่าจะทำอะไรได้ ตามกำลังของเรา มนุษย์ทุกคนมีพลัง มีความคิดสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามสามารถเริ่มได้จากจุดเล็กๆ จากการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง ทุกๆความพยายามมันมีคุณค่าเล็กๆของมันเองจริงๆ
ผมต้องขออภัยทุกท่านที่หายไปนาน ที่ผ่านมาผมจัดห้องชั้นลอยที่ร้านเป็นห้องสมุด และเรามีเครื่องโปรเจคเตอร์ของเราเอง(ไม่ต้องไปยืมของใครอีกแล้ว : ) ผมอยากใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์
ขอนัดสมาชิกชมรมแสงเล็ก ประจำเดือนเมษายนนี้
ในวันพฤหัสที่ 28 เมษายน เวลา 18 : 00 น. เป็นต้นไป
เพื่อพบปะและพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมต่อไปของชมรม และ ร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง Tokyo Sonata (แนะนำโดยคุณปอ)
ที่ห้องสมุดมหาเล็ก ชั้น 2 ร้านเกาเหลาเลือดหมูเจ๊สหรส นางแล
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ อีเมล starrynightsociety@gmail.com
โทร 086 911 5331
แล้วพบกันนะครับ
อังกฤษ อัจฉริยโสภณ
ป.ล. คุณปอแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ ไว้นานแล้ว บอกว่าอยากให้สมาชิกชมรมแสงเล็กได้ดู ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ล่าช้า
http://www.imdb.com/title/tt0938341/
ชมรมแสงเล็ก เป็นชมรมขนาดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากคนเล็กๆหลายคนซึ่งมีเจตนาดีร่วมกัน ตอนก่อตั้งชมรม เราตั้งใจจะไม่มีระบบบริหาร ไม่มีระบบกรรมการ หรืออะไรอย่างอื่นที่ชมรมทั่วๆไปควรจะมี เราเป็นชมรมหลวมๆ มีสมาชิกไม่แน่นอน นั้นไม่ได้เกิดจากความไม่รู้แต่เกิดจากความตั้งใจ ที่จะให้ชมรมมีชีวิตอยู่ได้เอง และเป็นชมรมของสมาชิกจริงๆ หมายความว่าทุกคนเป็นเจ้าของ กำหนดทิศทางของชมรมได้
ชมรมแสงเล็กพยายามจะออกจากระบบที่ซับซ้อนวุ่นวายเพื่อจะใช้เวลาของสมาชิกให้เกิดประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาและง่ายๆ กิจกรรมของชมรมไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ การบันเทิง หรือ เพื่อสังคม ... บางครั้งเราแค่อยากจะทำอะไรร่วมกับคนอื่นๆบ้าง เล็กๆน้อยๆ มันไม่ได้ช่วยอะไรคนอื่นเท่ากับช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ดูเหมือนว่า ชมรม แบบออแกนนิค(ปล่อยโตตามธรรมชาติ) จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เอง ปัญหาอาจจะเป็นเพราะว่ามีผู้ประสานงานเพียงคนเดียว เมื่อผู้ประสานงาน ไม่ทำหน้าที่ประสานงาน ชมรมก็ไม่ขยับ จนกิจกรรมทุกอย่างแทบจะหยุดลง(ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553)
ที่ผ่านมาผมพบว่านอกจากปัญหาการประสานงานที่มีศูนย์กลางเพียงคนเดียวแล้ว ยังมีปัญหาอีกคือ การเรียนรู้ของพวกเราลัดสั้น และ เป็นการเรียนรู้เฉพาะเปลือก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดูดาว ดูนก ฟังเพลง หรือ ศิลปะ
เมื่อวานนี้ ... พี่ใญ่(สยาม พึ่งอุดม) ได้มาเยี่ยมและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ๆอย่างสถานการณ์โลกของเรา จนถึงเรื่องเล็กๆ อย่าง “เรา” (ฉันและเธอ) จะทำอะไรกันได้บ้าง? พี่ใญ่พูดถึงคำว่า “หญ้าปากคอก” หมายความว่าเราทั้งหลายเป็นวัวเป็นควายที่ขนขวายหาความรู้ไกลตัว แต่ความรู้ใกล้ๆตัวกลับไม่สนใจ ... ในความหมายนี้ หมายถึงความรู้เพื่อการพึ่งตนเอง
เมื่อหลายวันก่อน ... อ.นคร พงษ์น้อย(ผู้อำนวยการไร่แม่ฟ้าหลวง) มาหาผมแล้วถามว่า “เมื่อไหร่ชมรมแสงเล็กจะมีกิจกรรมอีก เด็กๆที่ไร่อยากมาร่วมกิจกรรม”
เราน่าจะทำอะไรได้ ตามกำลังของเรา มนุษย์ทุกคนมีพลัง มีความคิดสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามสามารถเริ่มได้จากจุดเล็กๆ จากการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง ทุกๆความพยายามมันมีคุณค่าเล็กๆของมันเองจริงๆ
ผมต้องขออภัยทุกท่านที่หายไปนาน ที่ผ่านมาผมจัดห้องชั้นลอยที่ร้านเป็นห้องสมุด และเรามีเครื่องโปรเจคเตอร์ของเราเอง(ไม่ต้องไปยืมของใครอีกแล้ว : ) ผมอยากใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์
ขอนัดสมาชิกชมรมแสงเล็ก ประจำเดือนเมษายนนี้
ในวันพฤหัสที่ 28 เมษายน เวลา 18 : 00 น. เป็นต้นไป
เพื่อพบปะและพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมต่อไปของชมรม และ ร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง Tokyo Sonata (แนะนำโดยคุณปอ)
ที่ห้องสมุดมหาเล็ก ชั้น 2 ร้านเกาเหลาเลือดหมูเจ๊สหรส นางแล
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ อีเมล starrynightsociety@gmail.com
โทร 086 911 5331
แล้วพบกันนะครับ
อังกฤษ อัจฉริยโสภณ
ป.ล. คุณปอแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ ไว้นานแล้ว บอกว่าอยากให้สมาชิกชมรมแสงเล็กได้ดู ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ล่าช้า
http://www.imdb.com/title/tt0938341/
วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553
THE ROAD HOME 我的父亲母亲
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ภาพกิจกรรมชมรมแสงเล็ก ประจำเดือนสิงหาคม 2553
คุณหมอปิยะ บรรยายเรื่องการถ่ายภาพ และความเข้าใจความงามของภาพถ่าย
นำชมภาพในนิทรรศการ ณ ไร่แม่ฟ้าหลวง เชียงราย
นำชมนิทรรศการโดย ทพ.ปิยะ วนกุล (ประธานกลุ่มแสงเงาแห่งล้านนา) และ พี่เอ
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










