แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tammy'S YELLOW แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tammy'S YELLOW แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

the pass of my LENS on JULY


ปีกไก่อันตราย
Chicken Wings - CAN BE Dangerous

เฉพาะ สุภาพสตรี หลีกเลี่ยงการกินปีกไก่บ่อยๆ จากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
Avoid eating chicken wings frequently - ladies, especially; a true story...!

เพื่อน คนหนึ่งของข้าพเจ้าเมื่อเร็วๆนี้มีสิ่งเจริญเติบโตในมดลูกและไปรับการผ่าตัด เพื่อเอาสิ่งนั้นออก มีซีสต์ที่ได้ตัดออกมีเลือดดำเต็มไปหมด เธอคิดว่าจะดีขึ้นหลังจากการผ่าตัด แต่เธอคาดผิดอย่างมาก


A friend of mine recently had a growth in her womb and she underwent an operation to remove the.

The cyst removed was filled with a dark colored blood. She thought that she would be recovered after the surgery but! She was terribly wrong.




มีการเกิดซ้ำหลังจากนั้นอีกสองสามเดือนต่อมา ด้วยความกังวลใจ เธอรีบไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญโรคสตรี

A relapse occurred just a few months later. Distressed , she rushed down to her gynecologist for a consultation.

ระ ว่างการปรึกษา แพทย์ของเธอได้ถามคำถามหนึ่งที่ทำให้เธองุนงง เขาถามว่าเธอเป็นคนที่กินปีกไก่บ่อยหรือเปล่าและเธอก็ตอบว่าใช่พร้อมกับ สงสัยว่าเป็นอย่างไรที่แพทย์คนนี้รู้อุปนิสัยการกินของเธอ คุณเห็นไหมว่า ความจริงก็คือในโลกสมัยใหม่และเก่าแก่นี้ บรรดาไก่ได้ถูกฉีดด้วยสารสเตอรอยด์เพื่อเร่งการเจริญเติบโตเพื่อตอบสนองความ ต้องการของสังคม การฉีดสารเสตอรอยด์นี้ไม่จำเป็นเลยกว่าการต้องการอาหาร

During her consultation, her doctor asked her a question that puzzled her. He ask if she was a frequent consumer of chicken wings and she replied yes wondering as to how, he knew of her eating habits. You see, the truth is in this modern day and age; chickens are injected with steroids to accelerate their growth so that the needs of this society can be met. This need is none other than the need for food.

บรรดา ไก่ที่ถูกฉีดสารสเตอรอยด์ส่วนมากจะฉีดไปที่บริเวณคอหรือที่ปีกไก ดังนั้น ตรงนี้เองเป็นที่สารสเตอรอยด์เข้มข้นยังคงอยู่ สารสเตอรอยด์เหล่านี้มีผลข้างเคียงต่อร่างกายอย่างร้ายแรงเมื่อมันเร่งการ เจริญเติบโต มันยังมีผลอันตรายยิ่งต่อฮอร์โมนของสตรี ที่นำไปสู่การเจริญเติบโตของซีสต์ในมดลูก ดังนั้น ขอแนะนำให้ทุกคนระมัดระวังการควบคุมอาหารและรับประทานปีกไก่ให้น้อยที่สุด

Chickens that are injected with steroids are usually given the shot at the neck or the wings. Therefore, it is in these places that the highest concentration of steroids exists. These steroids have terrifying effects on the body as it accelerates growth.. It has an even more dangerous effect in the presence of female hormones, this leads to women being more prone to the growth of a cyst in the womb. Therefore, I advise the people out there to watch their diets and to lower their frequency of consuming chicken wings!

สาธารณชน ผู้ที่รับข่าวสารนี้ กรุณาส่งต่อไปยังเพื่อนสนิทมิตรสหายและผู้ที่คุณรัก ข้าพเจ้ามั่นใจว่าไม่มีใครต้องการเห็นเขาหรือเธอมีความทุกข์

People, who receive this email, please forward it to your friends and loved ones. I am sure no one wants to see him or her suffer!

ขอบคุณเพื่อนมดแดงด้วยความห่วงใยที่มีให้เสมอมา

tammy 's YELLOW




วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

"โครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ" (เดียวนี้เขามีการปลูกต้นไม้บนเว็ปแล้วนะ)

ร่วมด้วยช่วยกัน คนละไม้คนล่ะมือ
ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลุง ป้า น้า อา ไม่มีเวลาไปปลูกร่มกับผู้อื่น
มาร่วมกันปลูกบนเว็ปกันดีกว่า คลิ๊กตามลิ้งค์นี้เลย กดก๊ะกด

http://www2.egat.co.th/treeforking/home.php

อยู่ประเทศไหน ณ ตำบลใดก็ปลูกได้หมด
ไม่ว่าต่างชาติ หรือต่างภาษา พวกเรามาร่วมด้วยช่วยกัน

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านๆ
แทมมี่

send from my iPone

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

8 มกราคม 2553

สิบสองเดือน เคลื่อนผ่าน ให้พาลผอง
ทุกถิ่นท้อง ขวานทอง ไม่หมองใส
คิดสิ่งใด การใด ให้ก้าวไกล
ทุกข์ทั่วไทย หายไป ในเวลา

ให้ความเศร้า ปีเก่า นั้นผ่านพ้น
ให้ทุกคน สุขล้น ดลหนักหนา
ผ่านปีแปด ปีเก้า ก้าวเข้ามา
ให้ก้าวหน้า ก้าวล้ำ นำหน้าใคร

อันโรคภัย พัวพันธ์ ให้บั่นพ้น
อันขัดสน หม่นหมอง ให้ผ่องใส
อันเพื่อนมิตร คิดรัก ประจักษ์ใจ
อันภูวนัย ครองไทย ให้ร่มเย็น

ปีใหม่นี้ ขอให้มีความสุขทุกๆคนนะคะ คิดสิ่งใด ขอให้สมปรารถนา

ศรัณย์ภรณ์ โศภนะศุกร์ ( tammy 's YELLOW )

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม 2553


วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

the pass of my LENS on DECEMBER 2009

ปิติภักดี 82 ปี ไม่มีวันคลาย

เรื่องเล่าจากสหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชภารกิจเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเจริญพระราชไมตรี และมีหมายกำหนดการพระราชทานสัมภาษณ์นักข่าว ครั้งนั้น นักข่าวหนุมคนหนึ่งได้ทูลถามว่า

นี่เป็นการเสด็จฯ เยือนอเมริกาครั้งแรก.... ทรงรู้สึกอย่างไรบ้าง

ก็ตื่นเต้น ที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด เพราะข้าพเจ้าเกิดที่นี่ .. เมืองบอสตัน

หนังสือ ชีวิตชั้นๆ : หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เรื่องเล่าจากชายหาดหัวหิน

ประมาณ พ.ศ. 2508 2510 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ได้แล่นเรือใบลำน้อยๆ ชื่อนางลม ไปหัวหิน หลังจากรอนแรมไปหลายคืน เรือก็ถึงหัวหินตอนเช้าตรู่ ขณะนั้นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเรือเร็วผ่านมา หม่อมเจ้าภีศเดช และลูกเรือจึงทรงมีโอกาสกราบพระบาทใกล้ๆ ทั้งที่อยู่ในสภาพไม่สมควรเข้าเฝ้าอย่างยิ่ง เพราะไม่ได้โกนหนวดมา 4 วันแล้ว แต่ทรงจำได้ติดตาว่าทั้งสองพระองค์ทรงยิ้มให้

ต่อมา ท่านได้ทรงต่อเรือใบชื่อ ลูกลม และสั่งใบเรือสีแดงมาจากอังกฤษเพื่อฉลองทำขวัญแม่ยานาง เรือใบแดงนี้ หม่อมเจ้าภีศเดชได้ทรงใช้แล่นใบตามเสด็จเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกรรเชียงเรือที่หน้าทะเลพระตำหนักในเวลาเช้า ทรงเล่าว่า ความจริงพยายามแข่ง แซงเรือพระที่นั่ง แต่เมื่อลมฮวบมาจะแซงสำเร็จ ลมกลับเบาลงเสียเฉยๆ จึงไม่สำเร็จแม้แต่คราวหนึ่ง ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า ท่านภีมายั่วให้เล่น

หนังสือ ชีวิตชั้นๆ : หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เรื่องเล่าจากสโมสรหมวดเรือใบหลวง

สโมสรหมวดเรือใบหลวง มีเรือใบหลายลำที่ได้รับพระราชทานชื่อ

* กรี๊ด Grease ผู้เล่นเป็นสาวเจ้าอารมณ์

* หมาด Mad เจ้าของเป็นทหาร แล้วย้ายไปเป็นตำรวจ ทรงเห็นว่า เปียกๆ แห้ง

* ปลาดุก Catfish เรือใบพระที่นังแฝดแบบคาคามารัน Catamaran โยงกับที่ Duke แห่งเอดินเบอเรอ รอถวายเพื่อให้ได้ทรงศกษา

* มด Moth เรือใบที่ทรงปรับปรุงแบบจากเรือใบสากลประเภท ม็อธ มีพระราชดำรัสว่า ชื่อมด เพราะมันเจ็บๆ คันๆ ดี

หนังสือ ชีวิตชั้นๆ : หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เรื่องเล่าจากแม่สา

ครั้งหนึ่ง ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่แม่สา จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจประจำพระราชสำนัก เล่าว่าเส้นทางทรงพระลาดลงไปตวามไหล่เขาค่อนข้างชัน และเป็นระยะทางไกลลิบ และเมื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแล้ว จะต้องทรงพระดำเนินทางกลับระยะทางไกลเท่าๆ กัน รู้สึกเป็นห่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทั้งเป็นห่วงตนเองว่าจะตามเสด็จไหวหรือ

ขากลับ ได้เรื่องจริงๆ คือพอเดินกลับขึ้นไปยังไม่ถึงครึ่งลูกเขา ผมกำลังหอบ และลากขาอยู่ด้วยความเหนื่อยใจจะขาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินผ่านไป ทรงก้าวยาวเนิบๆ และสม่ำเสมอ มีหม่อมเจ้าภีศเดชทรงเดินตามไปอีกพระองค์หนึ่ง ต่อมาอีกครู่หนึ่งเมื่อมีกลังบ้างแล้วผมจึงกัดฟันเดินต่อ เมื่อไปถึงบ้านแม่สานั้น เห็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับหม่อมเจ้าภีศเดช และผู้อื่นอีกหลายคน ขณะที่ผ่านไปได้พระราชกระแสไม่ถนัด (เพราะหูกำลังอื้อและตากำลังลาย) สักครู่หนึ่ง ผมจึงได้ยินท้ายพระสุรเสียงว่า ยังพูดภาษาราชการไม่ได้

รอยพระยุคคลบาท บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

เรื่อเล่าจากสายบุรี

พ.ศ. 2535 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่สายบุรี จังหวัดปัตตานี ทรงพระดำเนินบุกฝ่าพื้นที่สวนเข้าไปในเวลาพบค่ำ ทรงฉายภาพลำแสงสุดท้ายของท้ายวัน จากนั้นท่านทรงงานสร้งอาคารกั้นน้ำที่คลองน้ำจืด บ้านทุ่งเค็จ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ขณะนั้นมุสลิมชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างพากันมาเฝ้า รวมทั้งลุงวาเด็ง ปูเต๊ะ วัย 70

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมีพระราชดำรัสถามข้อมูลในพื้นที่ ลุงวาเด็งตอบอย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงเฉลียวฉลาด และกราบบังคมทูลภาษถิ่น ว่าดีใจมากที่จะพระราชทานความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันลุงก็เหลียวซ้อยแลขวาอย่างผิดปกติ จนในที่สุดจึงกราบบังคมทูลว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทั้งที ไม่มีสิ่งใดมาถวายเลย ผลไม้ในสวนก็เพิ่งเก็บขายได้เงินมาไม่ถึงสองหมื่นบาท ซื้อเครื่องปั้มน้ำได้ 1 เครื่อง ทั้งสวนเหลือทุเรีรยนเพียงลูกเดียว และยังดิบ

คณะตามเสด็จจึงเย้าว่า ถวายปั้มน้ำจะได้ไหม พื้นที่ ลุงวาเด็งตอบโดยไม่ต้องคิด ถอดเอาขึ้นรถ ขนไปเลยเมื่อคณะตามเสด็จฯ กลับไปอีกครั้งลุงก็ยังยืนกรานความตั้งใจเดิม

หลายปีต่อมา ทุกครั้งเมื่อเข้าฤดูทุเรียน ลองกอง จำปาดะ ลุงวาเด็งจะนึกถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งไปรษีย์ อีเอ็มเอสไปถวาย แม้เขียนหนังสือไม่เป็นก็บอกกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ว่าจะส่งไปสวนจิตรลดา เมื่อมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ทั้งสองพระองค์จะมีพระดำรัสว่า ขอบใจ ผลไม้ที่ส่งไปให้ ได้รับแล้ว

พ.ศ. 2550 ลุงวาเด็งได้เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ 2535 ว่า

ตอนนั้นเป๊าะ (ลุงวาเด็ง) ไม่ค่อยเชื่อว่าพระองค์จะเสด็จเข้ามาอยู่ในป่าในเขาแบบนี้ คิดว่าคนที่มาบอกโกหก ขนาดไปพบแล้วยังไม่เชื่อเลยว่าเป็นในหลวงจริงหรือเปล่า แอบหบิบเงินใบละ 20 บาทกับใบละ 100 บาท ขึ้นมาดู จึงแน่ใจ...ตอนแรกไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆ ท่าน เพราะนุ่งโสร่งตัวเดียว เสื้อก็ไม่ได้ใส่ แต่พอเข้าไปใกล้ๆ ในหลวงก็ตรัสเป็นภาษามาลายูว่า "จะสร้างคลองชลประทานให้" ทรงสอบถามเส้นทางการขุดคลอง ทรงดูแผนที่ และตรัสชมว่า วาเด็งเป็นคนรู้พื้นจริง ภายหลังลุงวาเด็งยังได้ถวายที่ดินเพื่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า วาเด็งเป็นคนซื่อตรง จึงขอแต่งตั้งให้วาเด็งเป็นเพื่อน เป็นที่มาของนาม พระสหายแห่งสายบุรี ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือ และทรงฝากความเป็นห่วงลุงวาเด็งเรื่องสุขภาพ ขณะเดียวกันเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร ลุงก็จะละหมาด หรือเดินทางมาเยี่ยมพระอาการที่โรงพยาบาลศิริราชพร้อมจำปาดะสวน

ก่อนหน้านั้น ลุงได้เตรียมตัวตัดเสื้อผ้าไว้ในเมือง กว่าจะตัดเสร็จ ต้องไปเฝ้าร้านอยู่หลายวัน กลัวจะไม่ทันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้พระองค์ท่านเห็นว่า ลุงวาเด็งแต่งกายเรียบร้อย....ไม่อายคนที่จะได้เป็นพระสหายแห่งสายบุรี

นักข่าวถามว่า เวลาอยู่บ้านและคิดถึงในหลวง ทำอย่างไร

จะขี่จักรยานคันเก่าออกไปที่ประตูน้ำ ที่ที่พบในหลวงครั้งแรก

เรียบเรียงจาก ใต้เบื้องยุคคลบาท : ดร.เมธ ตันติเวชกุล

เรื่องเล่าพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จำได้ว่า เรื่องความคิดในการประมาณนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพยายามสอนให้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ตอนนั้นนังไม่ถึง 10 ขวบ ชอบถามปัญหาต่างๆ นาๆ ก็เที่ยวไปถามใครๆ ว่า ข้าวสารกระสอบหนึ่งมีกี่เม็ด ทุกคนร้องบอกว่าบ้า หรือไม่ก็ไม่ตอบ พอไปถึงท่าน ซึ่งความจริงก็ไม่ได้ทูลถามท่านหรอก ถามคนอื่นแต่ว่าคนอื่นพาไปเข้าเฝ้าท่าน ท่านก็บอกว่ามันต้องรู้จักยอมรับค่าโดยประมาณ ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะบอกอะไรได้เป็นเท่านั้นเท่านี้เป็นจุดทศนิยมเท่าไหร่ได้ แล้วท่านก็อธิบายเรื่องค่าโดยประมาณให้เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบจนเข้าใจได้ แล้วท่านถามว่า ข้าวกระสอบหนึ่งมี่กี่ถัง ถังหนึ่งมีกี่ลิตร แล้วเอาลิตรมาเป็นหน่วยเล็กกว่านั้นอีกแล้วคูณขึ้นไปอีก แต่ม่านไม่คูณให้ ให้ทำเอง....แทบตาย ตอนนั้นสมัยเด็กๆ เพิ่งหัดเรียนคูณไปใหม่ๆ การคูณนี้เป็นสิ่งที่ทรมานที่สุด โดนทำเสียจนที่หน้าที่หลังจะถามอะไรต้องระวัง แต่ก็จำติดมาได้เกือบ 20 ปี

พระเจ้าอยู่หัว นักวิทยุสื่อสารผู้ยิ่งใหญ่ พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์



~ ~ >> tammy'S YELLOW << ~ ~

วันพุธ ที่ 8 ธันวามคม พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

the PASS of MY LENs ตอน เพิ่มพื้นที่สีเขียว by tammy'S YELLOW

หลายปีมานี้ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นกว่าที่เคย…..
จากสภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ส่งผลกระทบหลายด้าน

ทั้งการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแปรปรวนของสภาพดินฟ้าอากาศ

รวมถึงการละลายอย่างรวดเร็วของน้ำแข็งขั้วโลก

พวกเราหวังให้โลกใบเขื่องใบนี้

จะยังคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์และไม่ร้อนอ้าวไปตามอุณหภูมิของเปลือกสีฟ้าสด

ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน อาจดูไม่สลักสำคัญนัก สำหรับใครบางคนที่มองข้ามเรื่องราวเหล่านี้

และไม่ยี่หระกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่าปัญหาโลกร้อนนั้นคือปัญหาที่ควรริเริ่มหาทางแก้ไขในเร็ววัน

เพื่อโลกใบสีเขียวที่พวกเรา

รักสุดหัวใจ จะยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและน่าอยู่ตลอดไป


BY.. tammy's YELLOW 8 พฤศจิกายน 2552

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

the PASS of MY LENs on OCTOBER 2009 by tammy'S YELLOW

ดอยสุเทพ พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา
ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง
ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล
นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกัน ทุกคน
ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่กลับมาบ้านเกิดเมืองนอนวันแรก ขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพทันที
หลังจากอยู่เมืองกรุงฯ มากว่า 30 ปี
ขอพรท่านให้ได้อยู่กับครอบครัว แล้วพรนั้นก็เป็นจริงดั่งที่ขอ

เมื่อมีโอกาส และมีเพื่อนๆ มาเที่ยวเชียงใหม่ ก็พาขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพอยู่เสมอๆ
เพื่อนๆ ท่านใดที่ได้แวะเวียนมาเมืองเชียงใหม่
ก็อย่าลืมขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพกันบ้างล่ะ
อย่ามัวแต่เที่ยวเพลินจนลืมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คู่บ้านคู่เมือง


โดย tammy'S YELLOW