วันที่ 27 พค 53
พวกเราได้รับแจ้งทางเมลกับเฟสบุ๊กก่อนแล้วว่า
มีตติ้งครั้งที่ 11 เราจะมาคุยกัน เรื่อง "ความเชื่อ" เราจะฟังทุกคนพูดเรื่องความเชื่อของตัวเอง (แน่นอน...ทุกคนต้องได้พูด) การพูดไม่จำกัดเวลา ถ้าใครไม่ถนัดพูดจะเขียนมาอ่านให้ฟังก็ได้
วันนั้นเราไปรวมกันที่หอดูดาวตอนทุ่มกว่าๆ โดยมีพี่ปอเป็นผู้ดำเนินรายการ พวกเรามีเค้กกล้วยหอมกับขนมถั่วตัดเป็นของกินเล่น ไม่มีใครหิ้วขนมที่เป็นซองๆ สวยๆ ไปกิน ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เราไม่อยากเป็นชมรมที่เพิ่มสาเหตุให้โลกร้อนจากการเผาซองขนมโดยไม่รู้ตัว
เราเริ่มต้นกิจกรรมจากการพูดถึง ความเชื่อ ของแต่ละคนก่อน เริ่มจากน้องๆ จากไร่แม่ฟ้าหลวง ซึ่งมีความเชื่อที่น่าสนใจ เช่น เชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้ เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง เชื่อในไสยศาสตร์ เชื่อในการทำความดี ส่วนพี่ๆ ก็ไม่น้อยหน้า มีความเชื่ออันเก๋ไก๋กันทุกคน เช่น เชื่อในความรัก เชื่อว่าเราไม่สามารถตัดสินภาพความสำเร็จของใครได้จนกว่าจะเห็นบั้นปลายชีวิต เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต่างก็คอยเติมเต็มกัน เชื่อว่าความลับไม่มีอยู่ในโลก เชื่อในความสัมพันธ์ที่หลากหลาย เชื่อว่าตัวเองจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งมากๆ เชื่อในตัวมนุษย์ เชื่อว่าลงจากหลังเสือแล้วเสือจะไม่กัด เชื่อว่าชมรมแสงเล็กจะยังอยู่ตลอดไป เป็นต้น
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องความไม่เชื่อ
พวกเราบางคนก็คิดง่ายๆ โดยการกลับเอา เพิ่มลดนิเสธแต่ได้ความหมายเดียวกัน เช่น เปลี่ยนจาก เชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้ เป็น ไม่เชื่อว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่างได้ ทักษะดีมาก แต่ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร ก็ดึงเสียงหัวเราะ เสียงครางปนทึ่ง และสายตาจับจ้องกันไปทั่วทั้งวง
ยกตัวอย่างเรื่องที่สมาชิกบอกว่าไม่เชื่ออีกดีกว่า เช่น ไม่เชื่อว่ากินเมล็ดพืชไปแล้วมันจะงอกในท้อง (เฮ้อ เราอ่อนใจกับความไม่เชื่อนี้หน่อยๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันน่ารักมาก) ไม่เชื่อว่า 2012 จะเกิดขึ้นจริง ไม่เชื่อว่าความกลัวจะเป็นอุปสรรคในการทำอะไรๆ ไม่เชื่อว่าเป็ดจะดำน้ำได้ ไม่เชื่อว่าจะสามารถเชื่อใจใครได้แม้แต่แม่ที่รับปากว่าจะพาไปเล่นน้ำทะเลก็ยังหลับปุ๋ย ไม่เชื่อว่าน้ำฝนสมัยนี้กินได้จริง ไม่เชื่อว่าคนที่แสดงออกว่ามีความสุขจะมีความสุขจริงกับไม่เชื่อว่าคนที่แสดงออกว่าเศร้ากำลังเศร้าจริง ไม่เชื่อว่าลูกจะไม่เข้าใจแม่ ไม่เชื่อว่าอิ่มแล้วจะกินอีกไม่ได้ ไม่เชื่อว่าคนไทยจะไม่รักกัน เป็นต้น
ทีนี้เรารู้สึกอยากกลับไปขยายความที่มาของความเชื่อของแต่ละคนอีกครั้ง เพราะว่ามันน่าคุยทั้งนั้น ทันใดนั้น สายฝนก็โปรยปราย พวกเราช่วยกันเก็บเสื่อ ย้ายตัวเองจากระเบียงเข้าไปอยู่ในห้อง แล้วคุยกันต่อ สรุปที่มาเกี่ยวกับความเชื่อได้เบาๆ ว่าหยั่งงี้
# เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัว เวลาที่ไม่สบาย เมื่อระลึกถึงพระเจ้า ไม่นานก็จะหาย เวลาที่มีเรื่องราวเดือดเนื้อร้อนใจ ก็จะรู้สึกได้ว่าพระเจ้ากำลังให้กำลังใจและคอยดูแลอยู่ เล่าถึงตอนนี้พี่เอ๋ก็ถามน้องว่า "เราเป็นคนคริสต์ใช่มั้ย" น้องก็ตอบทันทีด้วยหน้าตาใสซื่อว่า "ไม่ครับ เป็นคนทำ" ฮ่าๆ พี่เอ๋เลยบอกกับตัวเองว่า ต่อไปจะออกเสียงคำควบกล้ำให้ชัดเจน
# เชื่อว่าไสยศาสตร์มีจริง เพราะเจอมากับตัว เจอคนที่รู้จักกันที่โดนของ แม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะนับถือศาสนาคริสต์ แต่ตัวเองก็เคยเรียนรู้ศาสตร์ไสยศาสตร์ของชนเผ่าไทยใหญ่ มีการใช้ไสยศาสตร์ประเภทมหานิยมมากมาย ทั้งวงจึงเรียกร้องให้น้องช่วยสอนบ้างบางอัน น้องก็ยินดีเล่าให้ฟัง "อย่างเช่น ถ้าเราชอบสาวคนไหน เราก็ถามว่าเธออยากกินอะไร เราก็ไปหามาให้ แต่ก่อนจะยื่นให้เธอเอาไปกิน เราต้องท่องคาถา ว่า........" จึงจุดนี้ ทั้งวง ดูคล้ายดอกไม้กำลังหุบ เพราะทุกคนโน้มหัวมาข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องนัดหมาย ฮามาก น้องบอกให้ท่องว่า "...%#&(+=$#@!.." (ขอโทษจริงๆ อันนี้บอกไม่ได้ เพราะถ้ารู้กันเยอะจะไม่ศักดิ์สิทธิ์)
# เชื่อในความรัก เชื่อว่าความรักอันบริสุทธิ์นั้นมอยู่จริง รักแท้มีอยู่จริง ต้องหาให้เจอ (คนที่เสนอว่าเชื่อในความรัก ตอนนี้ท่องคาถามหานิยมตอนให้ของกินได้แล้ว)
# เชื่อว่าตัวเองจะสามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งมากๆ ได้ แล้วก็จะทำงานหาตังค์ได้เยอะๆ เป็นจำนวน 250 ล้านบาท เพื่อจะได้เอาไปซื้อเครื่องบินไอพ่นฮอนด้าเจ็ต ความเชื่อหรือความฝันอันนี้ พี่ๆ ในวงทุกคนเอาใจช่วยนะคะ
# เชื่อในตัวมนุษย์ เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพของตัวเอง มีพลัง สามารถทำอะไรได้มาก เป็นอิสระ
# เชื่อในรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลาย มีการแบ่งสเกลความสัมพันธ์จาก 0 ถึง 100 และระบุลักษณะความสัมพันธ์ไม่ได้ เช่น กับเพื่อนบางคน เราอาจรู้สึกลึกซึ้งเกือบเท่าแฟน หรือกับแฟนคนนี้ ก็อาจมีระดับความสัมพันธ์มากหรือน้อยกว่าคนก่อน ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่เท่ากัน
# เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องเติมเต็มกันและกัน เป็นเพื่อนกัน ให้ความช่วยเหลือกัน เพราะไม่มีใครสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง
เป็นต้น
หลังจากคุยกันทุกคนแล้ว เราก็เปลี่ยนบรรยากาศขยับย้ายตัว มาดูละครหุ่นเงาแบบน่ารักๆ กันบ้าง สืบเนื่องจากที่สมาชิกชมรมคนนึงไปเรียนรู้การทำละครหุ่นเงาจากกลุ่มพระจันทร์พเนจรที่เชียงใหม่มาสดๆ ร้อนๆ เราก็เลยมีโชว์เล็กๆ ให้ดู งานนี้ได้น้องอู่ข้าวมาช่วยบีเชิดตัวละคร ซึ่งอิมโพรไวซ์เรื่องกันสนุกมาก จบเรื่องโดยที่ลุงนวลจุดไฟเผาตัวเองเพราะสำนึกผิดที่ตัวเองทำไฟไหม้ป่า หลายคนตื่นเต้นกับละครหุ่นเงา เพราะมันดูน่ารัก ลึกลับ น่าสนใจ บางคนก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
เสร็จจากละคร เราก็คุยกันต่อเล็กๆ ว่ามีตติ้งครั้งต่อไปเราจะทำอะไรกันดี
เดือนหน้านี้ชมรมแสงเล็กก็เกิดขึ้นครบ 1 ปีแล้ว เราจึงสรุปว่าจะมีปาร์ตี้เบาๆ แบบไร้แอลกอฮอล์กันที่หอดูดาวนี่แหละ
แล้วในปาร์ตี้ เราจะมาคิดกันอีกทีว่า ชมรมเราจะยังมีอยู่ต่อไปหรือไม่ ถ้ามี มีต่อไปอีกกี่เดือนดี และจะทำอะไรกันบ้าง
แล้วเราก็แยกย้ายกัน ท่ามกลางฝนโปรย
กลับบ้านนอนหลับฝันดี (:
สรุปเหตุการณ์โดย บี
(ขอบคุณวลีที่ช่วยกันนึก)
โครงการวารสารแสงเล็ก สำหรับชุมชนเบิกบาน...ที่ชื่นชมการมีชีวิต และแบ่งปัน...ความฝัน แรงบันดาลใจ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกการประชุม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกการประชุม แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการประชุม ชมรมแสงเล็ก ประเดือนเมษายน
หัวข้อเรื่อง “เทพเจ้ากับดาวเคราะห์ทั้ง 9” โดยคุณเอ๋ อดิศร นิพันธ์ประศาสน์ อาสามาดำเนินรายการในกิจกรรมครั้งนี้ เรานัดพบกันราว 18.00 เหมือนเช่นเคย ที่หอดูดาว มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มรช.)
วันนี้ไม่ได้ดูดาวเพราะที่เชียงรายมีพายุฝนและลูกเห็บตกเกือบทุกวัน วันนี้เป็นวันแรกที่ไม่มีพายุแต่ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆ มีลมพัดเย็นสบาย
วันนี้พิเศษ เรามีเพื่อนสมาชิกแสงเล็กจากจังหวัดเพชรบุรีมาร่วมงานด้วย สมาชิกหลายคนพาเพื่อนใหม่มาด้วย หวังในใจลึกๆว่าจะได้รู้ว่า เนื้อคู่ของตัวเองเป็นคนที่เกิดวันไหน? ไม่ผิดๆ ก็คุณเอ๋บอกไว้ก่อนตอนเตรียมตัวมาร่วมกิจกรรมว่าแค่จำให้ได้นะว่าเราเกิดวันไหน วันจันทร์หรือวันอังคาร อย่างนี้ ผู้เข้าร่วมหลายคนจึงทำการคิดต่อยอดไปเองอย่างข้างๆ คูๆ ว่าจะมีการแมตช์อะไรกันเกิดขึ้น ณ จุด จุดนี้อย่างแน่นอน...แต่คุณเอ๋ ต้องการเล่าตำนานของดวงดาวต่างๆ ซึ่งก็ผูกโยงกับตำนานกำเนิดเทพเจ้าด้วย
เทพเจ้ากรีก-โรมันมีมากมายหลายสิบองค์และเหล่าเทพบางองค์มีความสัมพันธ์กับทั้งเทพและมนุษย์ จึงเกิดทายาทเป็นทั้งมนุษย์และอมนุษย์อีกนับไม่ถ้วน ต่อมาชื่อของเทพต่างๆก็มาเป็นชื่อของดวงดาว และได้รับการนำมาตั้งชื่อวันต่างๆ ในหนึ่งสัปดาห์ อย่าง เทพอพอลโล ก็เป็นพระอาทิตย์ก็มาเป็นวันอาทิตย์ หรืออย่างเทพอาร์เทมีส ก็มาเป็น พระจันทร์ ก็เป็นวันจันทร์ ที่ตามต้นกำเนิดแล้วสองเทพนี้ก็เป็นฝาแฝดกัน เป็นลูกของเทพซีอุส และ เทพีลีโต้ อ่า... เอ่อ... เขาก็เลยว่า คนเกิดวันอาทิตย์ก็เป็นฝาแฝดกับคนเกิดวันจันทร์อะไรอย่างนี้ ส่วนคนเกิดวันพฤหัสนั้นเจ้าชู้ คนเกิดวันศุกร์ชอบเป็นชู้ทางกาย คนเกิดวันจันทร์มักเป็นชู้ทางใจ อะไรเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมาชิกพูดขึ้นมาตามความสนใจ โดยมีคุณเอ๋พยายามลากกลับเข้าเรื่องตำนานเทพเจ้าด้วยความมานะ ระหว่างที่คุณเอ๋ อธิบายความว่าเทพนั้นเกิดมาอย่างนั้น โตมาอย่างนี้ อ.โมเม ก็เปิดภาพเทพต่างๆ ซึ่งอยู่ในรูปของรูปปั้นรูปสลัก แต่ความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลุดโฟกัสไป ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันถึงเสื้อผ้าและทรงผมของเทพเจ้า แต่ที่ถกกันนานที่สุดก็เห็นจะเป็น ‘ขนาด’ ของเทพเจ้าฝ่ายชาย และรูปร่างอันอวบอัดของเทพฝ่ายหญิง ฯลฯ ก่อนจะจบการบรรยายและแลกเปลี่ยนกันเรื่อง เทพเจ้ากับดาวเคราะห์ทั้ง 9 แล้ว คุณตุ๊กตามีเพลงมาฝาก เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาโดย กุสตาฟ โฮลสต์ (Gustav Holst) นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ ชื่อชุดว่า The Planets มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 ตอน บทเพลงบรรเลงในชุดนี้เขียนขึ้นระหว่างปี 1914-1916 และจัดแสดงครั้งแรกใน ลอนดอน เมื่อปี 1920 โดยวงลอนดอน ซิมโฟนี่ ออเครสตร้า (London Symphony Orchestra) การแสดงในครั้งนั้นควบคุมวงโดย อัลเบิร์ต โคสท(Albert Coates) เพลงแต่ละเพลง แต่งขึ้นตามดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาล แต่ละเพลงมีท่วงทำนองเป็นไปตามบุคลิกของดวงดาวนั้นๆ บางเพลงร่าเริง บางเพลงสว่างสดใส และบางเพลงก็หนืดเนิบช้า หลายบทเพลงถูกนำไปประกอบภาพยนตร์และสารคดี
หลังจากเสร็จภารกิจ เล่านิทานเทพดวงดาวและฟังเพลงบรรเลงกันแล้ว สมาชิกแสงเล็กก็หารือกันอยู่หลายเรื่อง ดังนี้
1. คุณโต เสนอ ให้มีการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการ เพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้งต่อเดือน โดยจะพบกันทุกๆวันพฤหัสฯที่ 2 ของเดือน และ วันพฤหัสฯที่ 4 ของเดือนด้วย สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยที่การพบกันอย่างไม่เป็นทางการ เราจะไม่กำหนดหัวข้ออะไรไว้ มีอะไรไม่มีอะไรเราก็มาเจอกัน มาใช้เวลาร่วมกัน นึกคิดอะไรก็คุยกัน
2 เราขออนุญาตกันที่จะพูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับการเมือง จากที่เคยตกลงกันว่าเรามาพบกันเพื่อเบิกบานแบ่งปันในแง่มุมต่างๆ รอบตัว จะไม่คุยเรื่อง ความเชื่อ การเมืองหรือศาสนา แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจิตใจและชีวิตของเรามาก เราอยากจะพูดถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากสถานการณ์นี้ อยากจะรู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร และพูดออกมา เป็นการฝึกที่จะยอมรับความคิดความเชื่อที่แตกต่างนั้น ตามอย่างสังคมประชาธิปไตย
พี่ใญ่ แนะนำให้จากนี้เราฝึกสร้างสติกันจนกว่าจะมาพูดคุยถึงประเด็นนี้กัน เราจะไม่พูดคำหยาบคาย และจะเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกันของทุกๆคน
3 แจ้งข่าวกิจกรรมพิเศษว่าด้วย “ไส้เดือนกำจัดขยะ” เราจะจัดอบรม เรื่องการใช้ไส้เดือนย่อยสลายแทนการกำจัดของเสียต่างๆ ด้วยการเผา กระบวนการนี้ใช้เวลาย่อยสลายนาน 3 เดือน แต่เป็นวิธีที่จะทำให้เราไม่ต้องเผาขยะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันได้อย่างยั่งยืน แล้วยังได้ปุ๋ยอย่างดีกระบวนการดังกล่าวนี้ด้วย จัดอบรมในวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป วิทยากร ชื่อ อ.ลักน่า จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มาพบกันที่สถานที่นัดหมายก่อนเคลื่อนย้ายไปที่บ้านของอาจารย์ (รายละเอียดสถานที่นัดหมายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)
4 เรามีการบ้านช่วยกันคิดหัวข้อในการเขียนเรียงความสั้นๆ สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป กิจกรรมการเขียนเรียงความสั้นนี้ สมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถมีส่วนร่วมได้โดยการส่งมาที่อีเมล starrynightsociety@gmail.com โดยไม่กำหนดหัวข้อ ความยาวไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ
พบกันครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พฤษภาคม ตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นการพบกันอย่างไม่มีหัวข้อ ไม่เป็นทางการ ที่ร้านเฮียบุกคาเฟ่ นางแล เชียงราย
วันนี้ไม่ได้ดูดาวเพราะที่เชียงรายมีพายุฝนและลูกเห็บตกเกือบทุกวัน วันนี้เป็นวันแรกที่ไม่มีพายุแต่ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆ มีลมพัดเย็นสบาย
วันนี้พิเศษ เรามีเพื่อนสมาชิกแสงเล็กจากจังหวัดเพชรบุรีมาร่วมงานด้วย สมาชิกหลายคนพาเพื่อนใหม่มาด้วย หวังในใจลึกๆว่าจะได้รู้ว่า เนื้อคู่ของตัวเองเป็นคนที่เกิดวันไหน? ไม่ผิดๆ ก็คุณเอ๋บอกไว้ก่อนตอนเตรียมตัวมาร่วมกิจกรรมว่าแค่จำให้ได้นะว่าเราเกิดวันไหน วันจันทร์หรือวันอังคาร อย่างนี้ ผู้เข้าร่วมหลายคนจึงทำการคิดต่อยอดไปเองอย่างข้างๆ คูๆ ว่าจะมีการแมตช์อะไรกันเกิดขึ้น ณ จุด จุดนี้อย่างแน่นอน...แต่คุณเอ๋ ต้องการเล่าตำนานของดวงดาวต่างๆ ซึ่งก็ผูกโยงกับตำนานกำเนิดเทพเจ้าด้วย
เทพเจ้ากรีก-โรมันมีมากมายหลายสิบองค์และเหล่าเทพบางองค์มีความสัมพันธ์กับทั้งเทพและมนุษย์ จึงเกิดทายาทเป็นทั้งมนุษย์และอมนุษย์อีกนับไม่ถ้วน ต่อมาชื่อของเทพต่างๆก็มาเป็นชื่อของดวงดาว และได้รับการนำมาตั้งชื่อวันต่างๆ ในหนึ่งสัปดาห์ อย่าง เทพอพอลโล ก็เป็นพระอาทิตย์ก็มาเป็นวันอาทิตย์ หรืออย่างเทพอาร์เทมีส ก็มาเป็น พระจันทร์ ก็เป็นวันจันทร์ ที่ตามต้นกำเนิดแล้วสองเทพนี้ก็เป็นฝาแฝดกัน เป็นลูกของเทพซีอุส และ เทพีลีโต้ อ่า... เอ่อ... เขาก็เลยว่า คนเกิดวันอาทิตย์ก็เป็นฝาแฝดกับคนเกิดวันจันทร์อะไรอย่างนี้ ส่วนคนเกิดวันพฤหัสนั้นเจ้าชู้ คนเกิดวันศุกร์ชอบเป็นชู้ทางกาย คนเกิดวันจันทร์มักเป็นชู้ทางใจ อะไรเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมาชิกพูดขึ้นมาตามความสนใจ โดยมีคุณเอ๋พยายามลากกลับเข้าเรื่องตำนานเทพเจ้าด้วยความมานะ ระหว่างที่คุณเอ๋ อธิบายความว่าเทพนั้นเกิดมาอย่างนั้น โตมาอย่างนี้ อ.โมเม ก็เปิดภาพเทพต่างๆ ซึ่งอยู่ในรูปของรูปปั้นรูปสลัก แต่ความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลุดโฟกัสไป ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันถึงเสื้อผ้าและทรงผมของเทพเจ้า แต่ที่ถกกันนานที่สุดก็เห็นจะเป็น ‘ขนาด’ ของเทพเจ้าฝ่ายชาย และรูปร่างอันอวบอัดของเทพฝ่ายหญิง ฯลฯ ก่อนจะจบการบรรยายและแลกเปลี่ยนกันเรื่อง เทพเจ้ากับดาวเคราะห์ทั้ง 9 แล้ว คุณตุ๊กตามีเพลงมาฝาก เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาโดย กุสตาฟ โฮลสต์ (Gustav Holst) นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ ชื่อชุดว่า The Planets มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 ตอน บทเพลงบรรเลงในชุดนี้เขียนขึ้นระหว่างปี 1914-1916 และจัดแสดงครั้งแรกใน ลอนดอน เมื่อปี 1920 โดยวงลอนดอน ซิมโฟนี่ ออเครสตร้า (London Symphony Orchestra) การแสดงในครั้งนั้นควบคุมวงโดย อัลเบิร์ต โคสท(Albert Coates) เพลงแต่ละเพลง แต่งขึ้นตามดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาล แต่ละเพลงมีท่วงทำนองเป็นไปตามบุคลิกของดวงดาวนั้นๆ บางเพลงร่าเริง บางเพลงสว่างสดใส และบางเพลงก็หนืดเนิบช้า หลายบทเพลงถูกนำไปประกอบภาพยนตร์และสารคดี
หลังจากเสร็จภารกิจ เล่านิทานเทพดวงดาวและฟังเพลงบรรเลงกันแล้ว สมาชิกแสงเล็กก็หารือกันอยู่หลายเรื่อง ดังนี้
1. คุณโต เสนอ ให้มีการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการ เพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้งต่อเดือน โดยจะพบกันทุกๆวันพฤหัสฯที่ 2 ของเดือน และ วันพฤหัสฯที่ 4 ของเดือนด้วย สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยที่การพบกันอย่างไม่เป็นทางการ เราจะไม่กำหนดหัวข้ออะไรไว้ มีอะไรไม่มีอะไรเราก็มาเจอกัน มาใช้เวลาร่วมกัน นึกคิดอะไรก็คุยกัน
2 เราขออนุญาตกันที่จะพูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับการเมือง จากที่เคยตกลงกันว่าเรามาพบกันเพื่อเบิกบานแบ่งปันในแง่มุมต่างๆ รอบตัว จะไม่คุยเรื่อง ความเชื่อ การเมืองหรือศาสนา แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจิตใจและชีวิตของเรามาก เราอยากจะพูดถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากสถานการณ์นี้ อยากจะรู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร และพูดออกมา เป็นการฝึกที่จะยอมรับความคิดความเชื่อที่แตกต่างนั้น ตามอย่างสังคมประชาธิปไตย
พี่ใญ่ แนะนำให้จากนี้เราฝึกสร้างสติกันจนกว่าจะมาพูดคุยถึงประเด็นนี้กัน เราจะไม่พูดคำหยาบคาย และจะเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกันของทุกๆคน
3 แจ้งข่าวกิจกรรมพิเศษว่าด้วย “ไส้เดือนกำจัดขยะ” เราจะจัดอบรม เรื่องการใช้ไส้เดือนย่อยสลายแทนการกำจัดของเสียต่างๆ ด้วยการเผา กระบวนการนี้ใช้เวลาย่อยสลายนาน 3 เดือน แต่เป็นวิธีที่จะทำให้เราไม่ต้องเผาขยะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันได้อย่างยั่งยืน แล้วยังได้ปุ๋ยอย่างดีกระบวนการดังกล่าวนี้ด้วย จัดอบรมในวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป วิทยากร ชื่อ อ.ลักน่า จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มาพบกันที่สถานที่นัดหมายก่อนเคลื่อนย้ายไปที่บ้านของอาจารย์ (รายละเอียดสถานที่นัดหมายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)
4 เรามีการบ้านช่วยกันคิดหัวข้อในการเขียนเรียงความสั้นๆ สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป กิจกรรมการเขียนเรียงความสั้นนี้ สมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถมีส่วนร่วมได้โดยการส่งมาที่อีเมล starrynightsociety@gmail.com โดยไม่กำหนดหัวข้อ ความยาวไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ
พบกันครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พฤษภาคม ตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นการพบกันอย่างไม่มีหัวข้อ ไม่เป็นทางการ ที่ร้านเฮียบุกคาเฟ่ นางแล เชียงราย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)